จะหนีออกไป แต่เงาสายฟ้าได้เตรียมตัวเอาไว้ก่อนแล้ว จึงปล่อยพายุฟ้าคะนองออกมา
ตูม!
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตได้รับบาดเจ็บ
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตที่เดิมได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว หลังถูกโจมตีอีกครั้งจนบาดเจ็บไปทั่วร่าง ก็ทำให้เขาพูดออกมาด้วยความโมโหว่า “เจ้าหนู เจ้ารอก่อนเถิด!”
พูดจบ ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตจึงนำ แผ่นไม้สีแดงเลือดออกมา
และเมื่อแผ่นไม้แสงเลือดสว่างขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีกลิ่นอายแข็งแกร่งลอยมาจากกลางภูเขาทันที
หลังเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้ฝึกฝนวิถีภูตกลุ่มหนึ่งจึงปรากฏตัวออกมา และภายในกลุ่มคนเหล่านี้ แต่ละคนแข็งแกร่งมาก อีกทั้งบางคนยังมีพลังแข็งแกร่ง กว่าปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตซะอีก
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ต้วนเสี่ยจึงตื่นกลัวขึ้นมา “แย่แล้ว ผู้อาวุโสใหญ่มา!”
เซี่ยอีฉานทราบดีว่าผู้อาวุโส ของลัทธิมารเหมันต์นั้นจัดการได้ยากยิ่ง ดังนั้นเขาจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไป และในขณะนั้นเอง ชายชราตัวเล็กที่บนตัวมีก้อนหินสีดำมากมาย ก็เดินออกมาด้านหน้า
ชายชราผู้นี้มีคิ้วสีม่วง ใบหน้ากลม แต่มีรอยแผลไหม้อยู่เป็นจำนวนมาก
“อย่างไรกัน?” ชายชราเอ่ยถามปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิต
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตพูดด้วยความเคารพ “ผู้อาวุโสใหญ่ เจ้าหนูผู้นี้เข้ามาสร้างความวุ่นวายขอรับ”
ทุกคนมองไปยังปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิต ที่ชี้นิ้วไปยังลู่เฉิน แต่ละคนแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา กระทั่งบางคนเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ “เขา… เป็นเพียงขั้น