ี่ยค่อย ๆ ได้สติกลับมา พร้อมเอ่ยถามลู่เฉินด้วยความสงสัย
“เขาอยู่ในลัทธิมารเหมันค์ของพวกเจ้า”
“เป็นไปไม่ได้!” ต้วนเสี่ยตอบด้วยความมั่นใจ
ลู่เฉินยิ้มพลางมองเขา “เช่นนั้นหลังจากนี้ข้าจะให้เจ้าดูภาพ ๆ หนึ่ง เจ้าจงดูให้ดี”
พูดจบ ชายหนุ่มก็ทำให้อีกฝ่ายได้เห็นว่า ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณได้สวมหัวกระดูกอสูร และสวมเสื้อคลุมสีดำไว้
แต่เมื่อต้วนเสี่ยได้ดูแล้วกลับส่ายศีรษะ “ไม่รู้จัก”
“ไม่รู้จัก?” ลู่เฉินสงสัยและพึมพำกับตัวเองออกมา “หรือองค์หญิงไป๋ฮวาจะโกหกข้า?”
“ไม่รู้จักจริง ๆ!” ต้วนเสี่ยตอบด้วยความมั่นใจ
สุดท้ายลู่เฉินจึงทำได้เพียงนำเงาวิหคสีดำออกมา ขาทั้งสองข้างและดวงตาของวิหคตัวนี้เป็นสีแดงเลือด และยังมีหางเห็ดอยู่
เพราะในตอนแรก มันช่วยผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณออกไป
เมื่อต้วนเสี่ยเห็นดังกล่าว จึงตกตะลึงขึ้นมา “อสูรปีศาจและเป็ดมารของลัทธิมารเหมันต์ของเรานั้น มีความเร็วในการกระโดดที่แข็งแกร่งนัก”
“โอ้? ผู้ใดเลี้ยงมันเอาไว้กัน?”
“มันเป็นของลัทธิมารเหมันต์ โดยปกติมีเพียงประมุขลัทธิ รวมถึงเหล่าผู้อาวุโสบางส่วนของลัทธิมารเหมันต์ ที่สามารถเรียกมันออกมาได้ ส่วนผู้อื่นนั้นไม่สามารถเรียกมันออกมาได้”
“แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ใด?” ลู่เฉินอยากพบมัน เพราะหากเป็นเช่นนี้จึงจะรู้ว่า ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณนั้นอยู่ที่ให้
“มันอยู่ภายในถ้ำอสูรมารเหมันต์ แต่ที่นั่นไม่ต้องพูดถึงเจ้า แม้แต่พวกเราก็ไม่สามารถเข้าไปได้” ต้วนเสี่ยพูด