ินส่ายศีรษะพลางพูดออกมา
ต้วนเสี่ยจึงหมุนตัวคิดจะหนีออกไป แต่กลับชนเข้ากับปราการวิญญาณ ทว่าต้วนเสี่ยไม่ลดละและลองอีกหลายครั้ง จนหวาดกลัวขึ้นมาในที่สุด “เจ้ามาทำสิ่งใดยังลัทธิมารเหมันต์แห่งนี้?”
ต้วนเสี่ยทำได้เพียงคิดอยู่ในใจ ว่าคนประหลาดเช่นนี้ไม่น่าจะมายังลัทธิมารเหมันต์ได้
ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางมองเขา “อย่างไรกัน? เริ่มถามข้าถึงการมาที่นี่อย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเพียงอยากรู้” ต้วนเสี่ยถอนหายใจพลางพูดออกมา
“ได้ เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้า แต่ก่อนที่จะบอกเจ้านั้น ข้าต้องจับเจ้าเสียก่อน” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองต้วนเสี่ย
ต้วนเสี่ยหวาดกลัว และจ้องมองลู่เฉินราวกับอีกฝ่ายเป็นสิ่งประหลาด “จับข้า?”
ลู่เฉินแสยะยิ้มและแสดงคาถาสยบภูตผี หลังจากต้วนเสี่ยถูกพันรัดไว้ จึงไม่สามารถหลบหนีไปได้
เรื่องนี้ทำให้ต้วนเสี่ยหวาดกลัวขึ้นมา “ไม่ถูกต้อง วิญญาณของเจ้าไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้!”
“สำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองต้วนเสี่ย
“เจ้า!” ต้วนเสี่ยร้อนใจ แต่ลู่เฉินไม่ได้สนใจเขา กลับเพิ่มตราประทับวิญญาณลงไป
เมื่อต้วนเสี่ยเห็นตราประทับวิญญาณ บนวิญญาณของตน เขาจึงสับสนขึ้นมา “เป็นไปไม่ได้ เป็นไม่ได้เด็ดขาด!”
ลู่เฉินมองไปยังต้วนเสี่ย “เอาละ เริ่มตอบคำถามของข้า”
“คำ… คำถามใดกัน” วิญญาณของต้วนเสี่ยพูดอย่างหดหู่
“รู้จักผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณหรือไม่?”
“เคยได้ยินชื่อผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ แต่มันเกี่ยวกับการที่เจ้ามาที่นี่อย่างไร?” ต้วนเส