เช่นนั้นหากดึงต่อไปเช่นนี้ พลังจะอ่อนแอเกินไป”
ต้วนเสี่ยพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ข้าจะเข้าไปภายในร่างของเจ้า แล้วดูว่าเจ้าคือสิ่งประหลาดใดกันแน่!”
ต้วนเสี่ยพุ่งตัวเข้าไปยังภายในพื้นที่จิตของลู่เฉินทันที จากนั้นจึงได้เห็นว่าโซ่ตรวนของตน ได้พันรัดวิญญาณของลู่เฉินไว้ แต่กลับไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อชายหนุ่ม
“เป็นไปไม่ได้!” ต้วนเสี่ยแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
เมื่อลู่เฉินเห็นเขาเข้ามาแล้วจึงแสยะยิ้ม “ในเมื่อมาแล้วก็จงนำทักษะที่แท้จริงของเข้าออกมา มิเช่นนั้นข้าคงต้องทำให้เจ้าอยู่ที่นี่”
ต้วนเสี่ยโมโหจนปล่อยฝ่ามือแดงชาดออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อฝ่ามือเหล่านี้ตกลงสู่บนร่างของลู่เฉิน กลับไม่ส่งผลใด ๆ ต่อชายหนุ่ม และเขากลับพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ดูเหมือนว่าหากเจ้าไม่มีพลังของผู้พิทักษ์โลหิตเหล่านั้น ก็ดูจะอ่อนแอเกินไป”
“เจ้ากล้าหัวเราะเยาะข้างั้นหรือ!?”
“แล้วให้ทำเช่นไรกัน?”
“ข้า… ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของข้า!” ต้วนเสี่ยเริ่มเผาไหม้วิญญาณของตน จากนั้นจึงระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมา
จากนั้นฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ลอยออกมา ฝ่ามือนี้มีพลังมากพอ วิญญาณของลู่เฉินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีการตอบสนองที่รุนแรงเกินไป
ต้วนเสี่ยรู้สึกสับสน พร้อมยังมองลู่เฉินอย่างพิจารณา “เจ้า… ไม่เป็นอะไรหรือ?”
“ข้าบอกแล้วว่าอ่อนแอเกินไป”
ต้วนเสี่ยตกตะลึงขึ้นมา “เจ้าคือผู้ใดกันแน่!?”
“ไม่สำคัญหรอก” ลู่เฉ