้กัน
และในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มพลันปล่อยราชสีห์มารออกมาอีกครั้ง
ในตอนนั้นเอง เซี่ยอีฉานจึงตระหนักได้ว่าราชสีห์มารเป็นมาร และคนที่สวมเกราะมารโลหิตเหล่านี้ ย่อมไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ขณะเซี่ยอีฉานพึ่งตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ ราชสีห์มารก็ส่งเสียงคำรามดังขึ้นมา และแม้คนเหล่านั้นจะมีเสื้อเกราะ แต่เสียคำรามที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ก็ทำให้ผู้ที่มีขั้นพลังอ่อนแอส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมา บางส่วนก็กลายเป็นกองเลือดและหายไป
ต้วนเสี่ยยังคงอดทน แต่หลังจากทนไม่ได้ครู่หนึ่ง ก็รีบถอยกลับเข้าไปภายในค่ายกล และยืนอยู่ด้านข้างของค่ายกลพลางจ้องมองราชสีห์มารด้วยแววตาโกรธเคือง “สมควรตายนัก!”
ลู่เฉินมองไปยังต้วนเสี่ย “ยังจะเข้ามาอีกหรือไม่?”
ต้วนเสี่ยยืนอยู่ภายในค่ายกล และพูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง “เจ้าหนูู มีค่ายกลอยู่ แม้เขาจะร้องอีกเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้พวกเราบาดเจ็บได้”
“เจ้าคงไม่คิดว่าเพียงค่ายกลเล็ก ๆ นี้ จะสามารถขัดขวางข้าได้หรอกนะ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองต้วนเสี่ย
ทว่าต้วนเสี่ยกลับพูดด้วยความมั่นใจ “อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้”
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว ลู่เฉินจึงนำกลุ่มคนเดินไปยังค่ายกลพร้อมกัน และยังสามารถสร้างทางเข้าบนค่ายกลได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ทุกคนเดินเข้าไป
ต้วนเสี่ยมองลู่เฉินราวกับสิ่งประหลาด “เป็นไปไม่ได้! เจ้า… เจ้าเข้ามาได้อย่างไร!?”
“คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายแก่เจ้าให้มากความ”
คำพูดข