ห้แก่ข้าซะ”
“แผ่นป้ายสืบทอด?”
“ใช่ ตำแหน่งเจ้าสำนักควรเป็นของข้า” ซางเจี้ยนซานกล่าวด้วยใบหน้าดุร้าย
แต่ลู่เฉินตอบกลับเพียงสั้น ๆ “ตำแหน่งเจ้าสำนักนี้ข้าไม่ได้สนใจ หากเจ้าอยากได้ก็ไปหาอาจารย์ของเจ้า”
“ไม่สนใจ? เจ้าโอ้อวดหรือ?” ซางเจี้ยนซานยิ้มเย็นชา
ลู่เฉินคร้านจะพูดไร้สาระกับเขาต่อไป จึงตอบเพียงสั้น ๆ “ทางที่ดีตอนนี้เจ้าจงหลบไปซะ มิเช่นนั้นอีกไม่นานเจ้าจะลำบากได้”
“น่าขันนัก!” ซางเจี้ยนซานไม่คิดแบบนั้น พร้อมทำให้ใยแมงมุมมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และใยแมงมุมนี้ยังมีแสงสีน้ำตาลสว่างขึ้นมา
แต่เมื่อใยแมงมุมเหล่านี้เผชิญหน้ากับลู่เฉิน ชายหนุ่มก็ปล่อยเงาสายฟ้าออกมา
เมื่อพายุฟ้าคะนองผ่านผ่านไปหลายครั้ง ซางเจี้ยนซานจึงทนต่อไปไม่ไหว แต่เขาก็ยังพูดอย่างดื้อดึงขึ้นมา “คิดจะทำร้ายข้าด้วยพลังแค่นี้หรือ? ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!”
ลู่เฉินพูดอย่างไม่สนใจ “ดูเหมือนว่าต้องฆ่าอีกครั้งแล้ว”
พูดจบ ชายหนุ่มจึงปล่อยราชสีห์มารออกมา
เมื่อราชสีห์มารปรากฏตัวออกมาและส่งเสียงคำราม ซางเจี้ยนซานก็กรีดร้องขึ้นมา จากนั้นก็มีเลือดไหลออกมาจากจมูก ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม กระทั่งหวาดกลัวจนวิ่งหนีไปในที่สุด
หลังเห็นแบบนั้นลู่เฉินจึงเก็บวิญญาณราชสีห์มารเข้ามา พลางแสยะยิ้มและเอ่ยว่า “หนีไปเสียแล้วหรือ?”
เซี่ยอีฉานที่อยู่อีกด้านหนึ่งเห็นแล้วจึงรู้สึกสับสน ส่วนหั่วเตาหลางรู้สึกแปลกใจ ว่าราชสีห์มารเมื่อครู่คือสิ่งใด และเหตุใดจึง