ณของเจ้าก็จะสูญสลาย” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเงาสีม่วงนี้
เงาสีม่วงพลันตะคอกขึ้นมา “เหตุใดต้องตอบคำถามของเจ้าด้วยเล่า?”
“เพราะข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
เมื่อได้ยินดังนั้น เงาสีม่วงก็ยกยิ้มเย็นชา “แข็งแกร่งกว่าข้า เจ้าแน่ใจหรือ?”
“มิเช่นนั้นเหตุใดเจ้าไม่สามารถออกจาก พื้นที่จิตวิญญาณของข้าได้เล่า?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเงาสีม่วง
เงาสีม่วงมีสีหน้าไม่ดีนัก และจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าช่างไม่รู้จักความตายเสียจริง!”
พูดจบ มือทั้งสองข้างของเงาสีม่วงก็ตรงมายังลู่เฉิน ราวกับต้องการควบคุมอะไรบางอย่าง จากนั้นเงาสีม่วงสายเล็ก ๆ มากมายก็ปรากฏขึ้นรอบ ๆ วิญญาณชายหนุ่ม และค่อย ๆ พันรัดเขาเอาไว้ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยความพอใจว่า “เจ้าหนู เห็นแล้วใช่หรือไม่?”
“เคล็ดวิชาหุ่นเชิดวิญญาณมาร แต่หากเจ้าคิดจะควบคุมข้าเหมือนหุ่นเชิด เจ้าก็คิดมากเกินไปแล้ว” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเงาสีม่วง
“ข้าควบคุมหุ่นเชิดไว้มากมาย แล้วนับประสาอะไรกับเจ้าที่เป็นเพียง ขึ้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“หรือไม่ใช่เช่นนั้น?” อีกฝ่ายจ้องมองลู่เฉินพลางยิ้มเย็นชา
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู แต่ทางที่ดีจงเพิ่มพลังให้มากขึ้น มิเช่นนั้นหากพลังไม่มากพอ ก็จะดูน่าเบื่อหน่ายเกินไป” คำพูดของลู่เฉินทำให้เงาสีม่วงรู้สึกว่า เขากำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง
ดังนั้นเงาสีม่วงจึง