เพิ่มพลังมากยิ่งขึ้น ทำให้เส้นบาง ๆ เหล่านั้นดึงรั้งวิญญาณลู่เฉินอย่างบ้าคลั่ง ราวกับต้องการจะควบคุมชายหนุ่ม
ลู่เฉินคลี่ยิ้มเย้ยหยันออกมา
เมื่อเห็นลู่เฉินไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย เงาสีม่วงจึงตกตะลึงขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย?”
“นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าใช้พลังทั้งหมดแล้ว!” เงาสีม่วงโมโหขึ้นมา ดังนั้นจึงเพิ่มพลังให้มากขึ้น
ลู่เฉินค่อย ๆ เสพสุขกับมันอย่างช้า ๆ อีกครั้ง
เงาสีม่วงโจมตีพลางด่าต่อไป “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้ใด ๆ และให้อีกฝ่ายโจมตีต่อไป
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ในที่สุดเงาสีม่วงนี้ก็ยอมวางมือ เพราะเขาอ่อนแอลงแล้ว ลู่เฉินมองไปยัง ‘เม็ดยามารสีดำ’ ซึ่งเหลือเพียงอีกไม่มาก จากนั้นก็ถอนหายใจพลางพูดขึ้นมา “ขาดอีกนิดเดียวเท่านั้น”
“ขาดสิ่งใดเพียงนิดเดียว?” เงาสีม่วงพูดด้วยความอ่อนแรง
ลู่เฉินพลันได้สติกลับมา จากนั้นก็ยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “เจ้ายังมีพลังหรือไม่? หากไม่มีพลังแล้วก็จงตอบคำถามข้ามาซะ”
“ฝันไปเถิด!” เงาสีม่วงพลันเลือนราง จากนั้นจึงหายตัวไป
ลู่เฉินมองแล้วยิ้มออกมา “เคล็ดวิชาลี้มาร น่าสนใจไม่น้อย”
ไม่นานจิตสำนึกของชายหนุ่มก็กลับไปอยู่ในร่างกาย และเงาสีม่วงรอบ ๆ ก็หายไป เหลือเพียงราชสีห์มารที่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “นายท่าน ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“เห็นเงาสีม่วงหนีไปที่ใดหรือไม่