าก็จะทำสิ่งนั้น”
ลู่เฉินขานรับ แล้วจึงให้ราชสีห์มารเข้าไปภายในกู่ฉิน จากนั้นก็ออกไปจากที่นี่
และเมื่อชายหนุ่มปรากฏตัวอีกครั้ง ก็ออกมาจากซากปรักหักพังนี้แล้ว แต่ลู่เฉินยังมีวิญญาณอื่นที่ยังต้องการ ‘ดูดซับ’ ดังนั้นจึงจัดการเรื่องบางอย่างบนเทือกเขาเจ็ดหิมะอีกสองสามวัน และหลังจากจัดการเรื่องราวแล้ว เขาออกไปจากเทือกเขาเจ็ดหิมะนี้
แต่เมื่อเดินทางออกไปได้ไม่ไกลนัก พืชพรรณรอบ ๆ ก็หลอมรวมขึ้นมาเป็นภาพ ๆ หนึ่ง
องค์หญิงไป๋ฮวายิ้มพลางพูดขึ้นมาจากตรงนั้นว่า “พบกันอีกแล้ว”
“อย่างไรกัน? ตามหาข้าหรือ?” เมื่อลู่เฉินเห็นอีกฝ่าย ก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที
“ใช่ ตามหาร่องรอยของคนคนนั้นพบแล้ว”
“ว่ามาเถิด อยู่ที่ไหนกัน”
“เขาปรากฎตัวในลัทธิมารเหมันต์” องค์หญิงไป๋ฮวาตอบลู่เฉิน
ลู่เฉินหวนคิดไปถึงปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายก็มาจากลัทธิมารเหมันต์เช่นกัน แต่เขายังไม่ค่อยเข้าใจนักว่า ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณไปทำสิ่งใดที่นั่น
“แต่ลัทธิมารเหมันต์มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา และพวกเราก็ไม่กล้าเปิดเผยตัวมาก จึงทำได้เพียงนำร่องรอยคร่าว ๆ ของเขามาบอกเจ้า”
“ได้ ข้าจะไปดูก่อน หากจับชายหนุ่มคนนั้นได้จริง ข้าจะช่วยพวกเจ้าแน่” ลู่เฉินพูดกับองค์หญิงไป๋ฮวา
องค์หญิงไป๋ฮวาพูดด้วยความตื่นเต้น “ได้ แล้วข้าจะรอ”
ไม่นานภาพของอีกฝ่ายก็หายไป ลู่เฉินจึงปล่อยเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางออกมา
หลังเซี่ยอีฉานเห็นว่าออกมาจากเทือกเขาเจ็ดหิมะแ