ู่เฉินเพียงพูดตลกเท่านั้น
แต่ชายหนุ่มสร้างค่ายกลขึ้นมาจริง ๆ จากนั้นชายร่างใหญ่ก็รู้สึกได้ว่าพลังของตนฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชายร่างใหญ่รู้สึกสับสนขึ้นมาทันที “นี่”
“มา ลงมือต่อเถิด”
“ยังจะเอาอีกเหรอ?” ชายร่างใหญ่รู้สึกสับสน แต่วิญญาณของเขาไม่สามารถควบคุมได้ จึงทำได้เพียงโจมตีต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อลู่เฉินเห็นว่า ‘เม็ดยามารสีดำ’ ไม่เกินการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้นแล้ว จึงมองไปยังชายร่างใหญ่ที่ทรุดตัวลง “เอาละ เจ้าไม่ต้องทำสิ่งใดแล้ว”
ชายร่างใหญ่ราวกับหลุดพ้นจากกรงขัง เขาพลันรู้สึกอยากจะ ‘ร้องไห้’ ขึ้นมา “ในที่สุด… ในที่สุดก็ไม่ต้องโจมตีเจ้าแล้ว!”
“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ก่อนหน้านี้ข้าหวังอยากออกไปจากที่นี่ แต่ตอนนี้ข้าหวังเพียงไม่ต้องโจมตีเจ้า มันน่ากลัวเกินไป” ชายร่างใหญ่สบถออกมา
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาดพลางพูดขึ้นมา “หากไม่อยากโจมตีข้าต่อไป ก็จงตอบคำถามบางอย่างข้า มิเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าโจมตีข้าต่อไป”
“ว่ามาเถิด เไม่ว่าเจ้าอยากรู้สิ่งใดข้าก็จะบอกเจ้าทุกเรื่อง ได้หรือไม่?” ชายร่างใหญ่ร้อนใจเพาะกลัวว่าลู่เฉินจะให้ตนโจมตีเขาอีกครั้ง
ชายหนุ่มมองไปยังทางเดินที่มืดสลัว เพราะมีไอมารลอยมาจากทางนั้น แต่ชายหนุ่มไม่รู้ว่าที่นั่นเชื่อมไปยังที่ใด และ ‘สิ่งประหลาดลึกลับ’ ก็ไม่รู้ว่าด้านในนั้นคือที่ใด อีกฝ่ายดูแลเพียงการปิดผนึก ไม่ได้รับผิดชอบในการตรวจสอบท