าก็ได้มาถึงทางเข้าถ้ำที่ว่าแล้ว
ลู่เฉินเดินเข้าไป
อย่างไรก็ตาม สถานที่แห่งนี้มีเพียงค่ายกลเดียว ลู่เฉินเห็นแล้วก็ยกยิ้มเจื่อนและเอ่ย “นี่ใช้แค่ค่ายกลที่ใช้เปลี่ยนสีของจี้ผู้สืบทอดงั้นหรือ?”
ลู่เฉินส่ายหน้าพร้อมจี้ผู้สืบทอดออกมา จากนั้นจี้ผู้สืบทอดก็กลายเป็นสีแดงเลือด แต่ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะจากไป ทางเข้าถ้ำก็หายไปทันที ก่อนที่เสียงหัวเราะแหบแห้งจะดังมาจากรอบตัวเขา “เจ้ามาที่นี่แล้ว ไยคิดกลับออกไปเล่า?”
ช่วงเวลาต่อมา แสงสีเลือดก็กระพริบไหว
ก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งสำแดงพลังปีศาจออกมา โดยชายคนนี้สวมชุดสีแดงโลหิต และถือสมบัติวิญญาณสีแดงฉานไว้ในมือ ขณะที่เส้นผมของเขาถักเป็นเปียเล็ก ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น อีกฝ่ายยังแสดงรอยยิ้มบ้าคลั่งอีกด้วย “เป็นอย่างไร? เจ้ากำลังกลัวงั้นหรือ?”
“เจ้ามาจากเทือกเขาเจ็ดหิมะด้วยหรือ?” ลู่เฉินไม่ได้กลัวเลย เขาเพียงกวาดตามองดูปีศาจขึ้นลง
“ถูกต้องแล้ว ข้าคือปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตแห่งลัทธิมารเหมันต์!” หลังจากพูดจบ เขาก็ยกยิ้มแปลก ๆ
ลู่เฉินสงสัยว่า “เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบหรือไม่?”
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตส่ายหน้าและเอ่ย “ย่อมมิใช่ ฮี่ ๆ ~”
“เช่นนั้นเจ้ามาทำอะไรที่นี่” ลู่เฉินถามอย่างนึกสับสนเล็กน้อย
“ข้าปรากฏตัวที่นี่เพื่อรวบรวมเลือดของอัจฉริยะอย่างไรเล่า ได้ยินมาว่ามีคนจะบุกเข้ามาที่นี่ ข้าจึงมาที่นี่ล่วงหน้า เดิมข้าคิดว่าเจ้าจะไม่สามารถมาที่นี่ได้แล้ว แต่สุดท้าย