แล้วเจ้าก็มาจนได้ ไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวังจริง ๆ” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตเอ่ยด้วยดวงตาวาววับ
ลู่เฉินยิ้มขบขัน “อยากได้เลือดของข้างั้นหรือ?”
“ใช่ ตราบใดที่เจ้าให้เลือดครึ่งหนึ่งของเจ้าแก่ข้า ข้าก็จะปล่อยให้เจ้าออกจากที่นี่ เพื่อไปเป็นผู้สืบทอดเจ้าสำนักของเจ้าต่อ มิฉะนั้นข้าคงต้องบีบคอเจ้าในเปล และเจ้าก็จะไม่สามารถกลายเป็นว่าที่เจ้าสำนักได้อีกเลย” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหิมเกริม
ครั้นลู่เฉินได้ยินเช่นนี้ เขาก็กล่าวว่า “เจ้าควรเปลี่ยนความคิดจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ”
“เสียใจรึ? ฮ่า ๆ!”
“ตลกมากหรือ?”
“เจ้าหนู ข้าไม่กลัวที่จะบอกเจ้าว่า สำหรับข้าแล้วการฆ่าเจ้านับว่าง่ายดายยิ่งนัก” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตหัวเราะเยาะ
ลู่เฉินมองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วพูดว่า “ในความคิดของข้า เจ้าก็เป็นแค่ขยะ”
เมื่อปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตได้ยินเช่นนี้ เขาก็ไม่พอใจอย่างยิ่งและพูดว่า “ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่แสดงให้เจ้าดูสักหน่อย เจ้าจะไม่รู้จริง ๆ ว่าข้าแข็งแกร่งแค่ไหน”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตก็ปล่อย เชือกสีแดงเลือดที่เคลื่อนไหวได้ออกมา จากนั้นเชือกก็พันตัวลู่เฉินเอาไว้ทันที จากนั้นเขาก็ยิ้มแปลก ๆ “เจ้าเห็นหรือไม่? ข้าจับเจ้าได้ทันที”
“คิดจะใช้เชือกนี่ดักจับข้างั้นหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้หรือ?”
ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้!”
ทันใดนั้น