ก็มีเปลวไฟสิบดวงพุ่งออกจากร่างของลู่เฉิน มันเผาเชือกจนไหม้เป็นเถ้าถ่านทันที
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตได้เห็นเปลวไฟอันทรงพลังมามากแล้ว แต่หลังจากได้เห็นเปลวไฟอันแปลกประหลาดเช่นนี้เป็นครั้งแรก เขาก็รู้สึกตื่นเต้น “ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าจะพบเลือดที่ดีเข้าแล้ว”
“เลือดของข้าย่อมเป็นเลือดที่ดี แต่ไม่ใช่ของเจ้า” ลู่เฉินกล่าวดับฝัน
“เจ้าหนู อีกเดี๋ยวเจ้าจะไม่กล้าอวดเก่งแล้ว” หลังจากปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตพูดจบ โล่มารสีชาดก็ปรากฏขึ้นรอบ ๆ ลู่เฉิน
เมื่อเห็นโล่มารนี้ ลู่เฉินก็ยิ้มและถามว่า “โล่มาร?”
“โล่พลังมารนี้สามารถเปลี่ยนพลังวิญญาณ ในร่างกายของเจ้าให้เป็นพลังมารได้ จากนั้นมันก็จะทำให้เจ้าถูกครอบงำ จนในที่สุดก็กลายเป็นคนโง่ไปยังไงล่ะ” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
หลังลู่เฉินได้ยินเช่นนี้ เขาก็ถามอย่างสงสัยทันที “เคล็ดวิชาโลหิตวิญญาณอสูรงั้นหรือ?”
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตถามแปลก ๆ ว่า “เจ้ารู้จักชื่อของเคล็ดวิชานี้ด้วยงั้นหรือ?”
แน่นอนว่าลู่เฉินรู้จักดี เพราะเคล็ดวิชานี้ปรากฏขึ้นในแดนต้องห้ามหมื่นมารมาก่อน โดยมันเป็นเคล็ดวิชามารที่น่าทึ่ง แต่ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตคนนี้กลับรู้จักมันจริง ๆ ลู่เฉินจึงอดที่จะถามไม่ได้ว่า “เจ้าได้เรียนรู้มันมาจากที่ไหน?”
“เหตุใดข้าต้องบอกเจ้าด้วย?” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตยิ้มเยาะ
“ไม่เป็นไร เจ้าจะบอกข้าทีหลัง!” ลู่เฉินเอ่ยเสียงเย็น
“ไอ้หนู เจ้าคงจะเ