สียสติไปแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่รีบขอร้องข้าเล่า?”
“ขอร้องงั้นหรือ?”
“ไร้สาระ มีเพียงการขอร้องข้าเท่านั้น ที่ทำให้เจ้ากลับมามีสติได้ ไม่เช่นนั้นหากเจ้ากลายเป็นคนโง่ไป จะไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตเอ่ยขู่
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ลู่เฉินก็แค่พูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไร้เดียงสาจริง ๆ”
“ไร้เดียงสา?”
“ถูกต้อง!” หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็ยิ้มแปลก ๆ และโล่มารก็หายไปทันที
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตตกใจ “เกิดอะไรขึ้น!?”
“บอกเจ้าตามตรงก็ได้ โล่มารนี้ถูกข้าทำลายไปแล้ว” ลู่เฉินกล่าวอย่างสงบ
“เป็นไปไม่ได้ เจ้าจะทำลายโล่มารที่สร้างด้วย เคล็ดวิชาโลหิตวิญญาณอสูรของข้าได้อย่างไร?” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตยังคงไม่ยอมเชื่อ
ลู่เฉินคร้านจะพูดเรื่องไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงปล่อยเงาสายฟ้าออกมาแทน
พายุฟ้าคะนองของเงาสายฟ้า เหมาะสมที่จะยับยั้งมารและสัตว์อสูรที่สุด
ดังนั้นเมื่อพายุฟ้าคะนองโจมตี ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตก็กรีดร้องก่อนสาปแช่ง “ไอ้สารเลว รอข้ากอนเถอะ!”
ครู่ต่อมา ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตก็กลายเป็นหยาดเลือดและหายไป ก่อนที่ทางเข้าถ้ำจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ลู่เฉินหัวเราะกับตัวเอง แล้วให้กุ่ยเจี๋ยติดตามเขาไปอย่างลับ ๆ จากนั้นเขาก็เดินออกจากถ้ำ แล้วเดินลงภูเขาไปอย่างช้า ๆ
…
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้คนที่อยู่ตีนเขาเริ่มเกิดข้อสงสัย หลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องจากภูเขา
“เสียงเมื่อครู่ดูน่ากลัวมาก”
“เขาตา