นตัวเหม็น เจ้าหยุดทำให้ผู้คนที่นี่หวาดกลัวได้แล้ว”
เซี่ยอีฉานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะพูดว่า “ข้าแค่เตือนเท่านั้น”
แต่เฉออู่กลับเมินเขาอย่างหน้าตาเฉย จากนั้นนางก็หันไปมองผู้เฒ่าเซี่ย “ผู้เฒ่าเซี่ย ท่านใช้กำลังทั้งหมดของตัวเองแล้วหรือยัง?”
เมื่อผู้เฒ่าเซี่ยเห็นว่าแค่เปลวไฟไม่เพียงพอ จีงมีกระบี่ปรากฏขึ้นในมือของเขาอย่างฉับพลัน และชายชราต้องการใช้ทักษะกระบี่เพื่อฆ่าลู่เฉิน แต่จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ออกจากตำแหน่งเดิมไปราวกับเงา ก่อนมายืนอยู่ข้างหลังผู้เฒ่าเซี่ย “เจ้ายังไม่รู้เลยว่าข้าอยู่ที่ไหน”
ผู้เฒ่าเซี่ยตกตะลึงโดยสิ้นเชิง จากนั้นจึงหันกลับมาและเห็นลู่เฉินยืนอยู่ด้านหลังแล้ว
“เป็นไปไม่ได้ ทำไมเจ้าถึงรวดเร็วขนาดนี้!” ผู้เฒ่าเซี่ยแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
เฉออู่โกรธมาก “ผู้เฒ่าเซี่ย ท่านไม่มีทักษะอื่นแล้วหรือ?”
“ข้ามีอยู่แน่นอน!”
แน่นอนผู้เฒ่าเซี่ยไม่ต้องการยอมแพ้เช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงรวมเพลิงมาไว้รอบ ๆ ลู่เฉิน โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหลบหนี ทว่าชายหนุ่มแย้มยิ้มให้เขาและเอ่ยว่า
“ไร้ประโยชน์ อย่าพยายามเปล่าเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้ผู้เฒ่าเซี่ยเริ่มเผยสีหน้าเคร่งขรึมและพูดว่า “เป็นไปไม่ได้!”
แน่นอนว่าสถานการณ์เช่นนี้ลู่เฉินคร้านจะพูดเรื่องไร้สาระกับอีกฝ่าย และพูดกับหั่วเตาหลางว่า “เจ้าลงมือได้เลย”
หั่วเตาหลางไม่อดกลั้นอีกต่อไป เขาหยิบกระบี่เพลิงสองเล่มแล้วรีบพุ่งออกไปหาผู้เฒ่าเซี่ยที่กำลังต