กับเสียง ‘ตูม!’
ภูเขาลูกใหญ่ที่ลอยอยู่ตรงหน้าลู่เฉินและอีกสองคน ซึ่งเมื่อทุกคนเห็นภูเขาลูกนั้นและผู้คนที่ยืนอยู่ พวกเขาก็อุทานด้วยความประหลาดใจว่า “เป็นศิษย์พี่ใหญ่!”
เฉออู่เองก็เงยหน้าขึ้น และบังเอิญเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่บนภูเขา โดยเอามือไพล่หลังเอาไว้ ในมือองเขาถือถุงสีน้ำตาล พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ศิษย์น้องตัวน้อย ข้ามาทันเวลาหรือไม่?”
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าดีใจนักที่ท่านมา”
ทุกคนเองก็พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน
เซี่ยอีฉานหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม เขารีบกระซิบข้าง ๆ หูของลู่เฉิน “นายท่าน ท่านระวังตัวด้วย เขาเป็นศิษย์คนโตของเจ้าสำนัก ซางเจี้ยนซาน”
“แล้วอย่างไรเล่า?”
ลู่เฉินเพิกเฉยต่อมันทั้งความรู้สึกและการกระทำ แต่เซี่ยอีฉานกลับกล่าวอย่างกังวลใจ “ความแข็งแกร่งของเขาถูกกล่าวขานว่า เป็นรองเพียงเจ้าสำนักเท่านั้น”
“แล้วเจ้าคิดว่าหากเปรียบเทียบกับ ตัวประหลาดแห่งแดนลับแล้วเป็นอย่างไร?” ลู่เฉินถามอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยอีฉานลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ว่ากันว่าเขาสามารถหนีจากตัวประหลาดแห่งแดนลับได้”
“มันเป็นแค่การหลบหนี” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปทางเซี่ยอีฉาน
เมื่อเซี่ยอีฉานเห็นว่าลู่เฉินมั่นใจมาก เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
ขณะนี้เฉออู่ตะโกนบอกซางเจี้ยนซานว่า “ศิษย์พี่ ท่านรีบจัดการเขาเร็ว ๆ เข้า ไม่เช่นนั้นเขาจะอวดดีเกินไป”
ซางเจี้ยนซานยืนอยู่ที่นั่นพลางมองลงไปทางลู่เฉิน หลังเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ในขั้นหล