ฉินก็ดังขึ้น
ทุกคนไม่ทราบว่าลู่เฉินกำลังทำอะไรกับกู่ฉิน แต่ครู่ต่อมาพวกเขาก็เข้าใจในที่สุด เพราะเสียงกู่ฉินทำให้รัศมีเปลวไฟบนหั่วเตาหลางดุร้ายยิ่งขึ้น
ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว กระบี่เพลิงทั้งสองในมือของหั่วเตาหลางก็พ่นเปลวเพลิงออกมานับไม่ถ้วน เมื่อเปลวไฟเหล่านั้นสัมผัสร่างของผู้คน กลิ่นอายพลังของพวกเขาก็ถูกสูบกลืนไปจนเหือดแห้ง
สิ่งนี้…ทำให้ทุกคนนึกหวาดกลัว
เฉออู่ยังคงสับสน ขณะตะโกนว่า “เหตุใดเจ้าถึงวิ่งหนีเล่า? ลงมือเร็วเข้าสิ!”
ผู้เฒ่าเซี่ยพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เป็นเพราะเสียงกู่ฉินนี้…”
เฉออู่มองไปทางลู่เฉินทันที ส่วนคนอื่น ๆ เองก็มองไปทางชายหนุ่มด้วยเช่นกัน และเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะทุกคนทราบดีว่าเพลงกู่ฉินของลู่เฉินได้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อหั่วเตาหลางเป็นอย่างมาก
“เป็นยังไงบ้าง เจ้าพอใจหรือไม่?” ลู่เฉินถามเฉออู่ออกมา แต่ขณะนี้อีกฝ่ายกำลังโกรธจัด
“รอก่อนเถอะ! ไว้ศิษย์พี่ใหญ่ของข้ามา เจ้าตายแน่”
“ข้าจะบอกอะไรบางอย่างกับเจ้า”
“เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร?” เฉออู่นึกสงสัยว่าลู่เฉินกำลังจะทำสิ่งใด
“อย่ามายุ่งกับข้า มิเช่นนั้นก็อย่าได้ตำหนิข้าในภายหลัง” หลังลู่เฉินพูดจบ เขาก็เก็บกู่ฉินแล้วพาเซี่ยอีฉานกับหั่วเตาหลางจากไป
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าหยุดเขา ส่วนเฉออู่นั้นก็กำลังโกรธมาก จนตะโกนออกไป “ถ้าเจ้าแน่จริงก็อย่าวิ่งหนีสิ!”
แต่ลู่เฉินยังคงเพิกเฉย จนกระทั่งภูเขาลูกใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้า พร้อม