งน้ำแข็งไปได้”
ลู่เฉินพลันหัวเราะ ตัวประหลาดแห่งแดนลับจ้องเขาเขม็ง พลางพูดว่า “เจ้าหัวเราะด้วยเหตุใด?”
“ข้าหัวเราะเยาะเจ้าที่ไร้ความสามารถ แล้วยังพยายามจะแสดงอีก”
“ข้าน่ะหรือไร้ความสามารถ?” ตัวประหลาดแห่งแดนลับแทบจะระเบิดด้วยความโกรธออกมา
ชายหนุ่มเอ่ยวิเคราะห์ว่า “พลังของเจ้าคงยืมมาจากศาสตราวุธเซียนที่ไม่สมบูรณ์ และปราณเซียนที่อ่อนแอใช่หรือไม่?”
“เจ้าหนู เจ้ารู้อะไรมางั้นหรือ?” ตัวประหลาดแห่งแดนลับสะดุ้งทันที ราวกับว่ามีคนรู้ความลับของตนเข้า
ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ดูเหมือนข้าจะเดาอะไรถูกหลายอย่าง!”
“เจ้าหลอกข้าหรือ?” ตัวประหลาดแห่งแดนลับโกรธจัด
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง จากนั้นหมอกสีม่วงที่อยู่รอบ ๆ ก็สลายไป และเมื่อตัวประหลาดแห่งแดนลับตระหนักว่า หมอกนั้นไม่ธรรมดา มันก็เริ่มพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง โดยพยายามจะหลบหนีออกไปจากที่นี่
แต่ลู่เฉินผนึกสถานที่แห่งนี้เอาไว้แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วิญญาณของตัวประหลาดแห่งแดนลับนี้ จึงไม่สามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้
ชายหนุ่มร่ายคาถาสยบภูตผี
จากนั้นก็เห็นวิญญาณของตัวประหลาดแห่งแดนลับดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมันจะกลายเป็นสายลมสีดำ และสลายไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีเสียงฮึมฮัมดังขึ้น “หากเป็นแบบนี้ มาดูกันว่าเจ้าจะจัดการกับข้าได้อย่างไร!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ ลู่เฉินก็หัวเราะและพูดว่า “เจ้าคงไม่คิดว่าหมอกสีม่วงรอบตัวเจ้า จะไม่ส่งผลต่อเจ