้ามีเรื่องปิดบังข้าจริง ๆ”
เหล่าปิงสับสนขึ้นมา เขาคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะมีเคล็ดวิชาเช่นนี้ ดังนั้นจึงพูดด้วยความหวาดกลัว “นะ… นายท่านให้ข้าทำเช่นนั้น จะ… เจ้าอย่าฆ่าข้าเลย”
“วางใจเถิด ข้ายังไม่ฆ่าเจ้าตอนนี้หรอก”
เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็ถอยออกมาจากห้วงความฝันของอีกฝ่าย และเพิ่มตราประทับวิญญาณลงไป จากนั้นจึงปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาและนำเข้าไปยังกู่ฉิน
ราชันเม็ดยาจำต้องทำตามที่ลู่เฉินบอก เขาเข้าไปยังกู่ฉิน และขณะเก็บกู่ฉินเข้ามา ชายหนุ่มก็เก็บร่างของราชันเม็ดยาขึ้นมาด้วย แล้วออกไปจากค่ายกลแห่งนี้
เมื่อชายหนุ่มปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาถึงยังด้านหน้าของประตูแห่ง ‘ชีวิต’ แล้ว
มองประตูแห่ง ‘ชีวิต’ บานนี้ ลู่เฉินก็สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาที่อยู่ด้านหลังประตู เพราะรอบ ๆ ประตูหินมีพลังปราณหนาแน่นทะลุผ่านออกมา
แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้ที่หวาดกลัวต่ออะไรง่าย ๆ จึงผลักประตูแห่ง ‘ชีวิต’ ให้เปิดออก
เห็นเพียงอุโมงค์ทางเดินที่ดูลึกเส้นหนึ่ง และมีกลิ่นอายของคนทั้งสอง
ทั้งสองคนนี้ก็คือเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลาง
เมื่อลู่เฉินแน่ใจแล้วว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ จึงก้าวเข้าไปทีละก้าว และในขณะเดียวกันก็ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบ ๆ
ไม่นานลู่เฉินก็เห็นแสงด้านหน้า และภายในแสงนี้ชายหนุ่มก็ได้พบกับเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลาง
แต่ทั้งสองยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับกาย ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิทราวกับกำลังนอนหลับ