อยู่
เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไป
และในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็เกิดเสียงที่ดูน่าเกรงขามขึ้นมารอบ ๆ “เจ้าหนุ่ม หันหลังกลับไปตอนนี้ยังทัน มิเช่นนั้นจะตายเช่นไรก็ไม่อาจรู้ได้”
เมื่อลู่เฉินได้ยินเสียงดังกล่าว และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอีกฝ่าย จึงยิ้มพลางพูดออกมา “เจ้าก็คือสิ่งประหลาดลึกลับนั่น”
“สิ่งประหลาดลึกลับ เป็นเพียงสมญานามที่ทุกคนเรียกข้าเท่านั้น” น้ำเสียงเย็นชานั้นตอบกลับ
“ข้ามีบางอย่างไม่เข้าใจ”
“รู้ให้น้อย จะเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้ามากกว่า!” น้ำเสียงนั้นราวกับกำลังเอ่ยเตือนชายหนุ่มอยู่
แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มออกมา “แต่พวกเขาเป็นคนของข้า”
“ข้าปล่อยพวกเขาไปได้ แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะไม่เข้ามาที่นี่อีก มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าเป็นเหมือนพวกเขา กลายเป็นคนมีชีวิตที่ราวกับคนตาย” น้ำเสียงนั้นพูดข่มขู่
ลู่เฉินฉีกยิ้ม “มีชีวิตราวกับคนตาย?”
“ข้าไม่ชอบฆ่าผู้ใด แต่ถ้ามายุ่งกับข้า ล้วนมีจุดจบไม่ดีทั้งสิ้น” อีกฝ่ายยังข่มขู่ลู่เฉิน
“เช่นนั้นการที่เจ้าฆ่าผู้คนและอสูรด้านนอกมากมาย แล้วปิดผนึกวิญญาณของพวกเข้า นั่นเป็นเพราะเหตุใดกัน?” ลู่เฉินราวกับคิดถึงอะไรบางอย่าง จึงถือโอกาสเอ่ยถามขึ้นมา
แต่อีกฝ่ายกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าหนุ่ม อย่าได้คืบจะเอาศอก!”
“ข้าต้องขออภัย ข้าผู้นี้มีข้อสงสัยมากนัก!” ลู่เฉินพูดขึ้นมา
“เช่นนั้นเจ้าก็ควรอยู่ที่นี่ อย่าไปไหนตลอดกาล!” เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ ค่ายกลรอบ ๆ ก็เริ