่มเคลื่อนไหว
เห็นเพียงชั่วพริบตาถัดมา รอบ ๆ พลันมืดลง เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางหายตัวไปอีกครั้ง
แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ลู่เฉินรู้สึกหวาดกลัว กลับพูดเย้ยหยันขึ้นมาว่า “เจ้าคิดว่าสร้างค่ายกลมืดขึ้นมาแล้ว จะทำให้ข้าหวาดกลัวได้หรือ?”
“เจ้าคิดว่านี่เป็นเพียงค่ายกลมืดธรรม ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“มีสิ่งใดพิเศษกัน?”
“ค่ายกลนี้เรียกว่าค่ายกลชิงวิญญาณ เมื่อข้าสั่งให้ค่ายกลทำงาน วิญญาณของเจ้าก็จะถูกดึงออกมาจากร่าง จากนั้นก็จะถูกข้าปิดผนึก ส่วนกายเนื้อของเจ้าจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ลู่เฉินพลันหัวเราะขึ้นมา
“เจ้ายังกล้าหัวเราะงั้นหรือ?”
“หรือข้าจะต้องร้องไห้กัน?” เขาย้อนถาม
“ไม่นานวิญญาณของเจ้าจะถูกลากออกไป และเมื่อถึงเวลานั้น ข้าอยากจัดการกับเจ้าเช่นไรก็ได้ทั้งสิ้น!” อีกฝ่ายพูดด้วยความมั่นใจ
แต่ลู่เฉินกลับยิ้มพลางพูดขึ้น “เช่นนั้นเจ้าลองดูก็รู้แล้วมิใช่หรือ?”
“ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!”
ไม่นาน ค่ายกลก็เกิดการเคลื่อนไหว แสงสีขาวและสีดำมากมายสว่างขึ้นรอบกายของลู่เฉิน ราวกับจะทำให้วิญญาณของเขาเหี่ยวเฉาไป แต่ลู่เฉินกลับนิ่งสงบ พร้อมปล่อยให้ค่ายกลโจมตีตนอย่างอิสระ
หลังคนที่อยู่ในมุมมืดเห็นดังกล่าว จึงพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ และเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เหตุใดวิญญาณของเจ้าจึงไม่ถูกลากออกมากัน?”
“ไม่ใช่ถูกลากออกมา แต่ค่ายกลของเจ้า สำหรับข้าแล้วอ่อนแอเกินไป” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั