ังออกมา “ผู้ใด ผู้ใดแตะต้องเม็ดยาของข้า!”
“ทางที่ดีเจ้าควรรีบกลับมาซะ มิเช่นนั้นเม็ดยาของเจ้าอาจจะต้องทิ้งแล้ว” ลู่เฉินจ้องมองไปยังเม็ดยาพลางแสยะยิ้ม
อีกฝ่ายโมโหขึ้นมา “สารเลว!”
หลังจากลู่เฉินแสยะยิ้ม เขาก็สลักอักขระยันต์บนเม็ดยา จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง นอกห้องลับจึงมีเสียงลมกรรโชกดังขึ้น จากนั้นเขาก็ได้เห็นเงาสีน้ำเงินพุ่งเข้ามา และยังคิดจะซุ่มโจมตีเขา
แต่ลู่เฉินเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนแล้ว
ขณะที่อีกฝ่ายโจมตีเข้ามาอย่างกะทันหัน ลู่เฉินพลันหลบเลี่ยงได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มองไปยังเงาสีน้ำเงินนั่น
เห็นเพียงชายชราที่มีผลกระเซอะกระเซิง และเงาวิญญาณยังมีแสงสีน้ำเงินสว่างออกมา
“เจ้าคือผู้ใด!” ชายชราเอ่ยถามด้วยความโมโห
“เจ้าไม่ต้องถามว่าข้าคือผู้ใด แต่ตอบคำถามของข้ามาเสียดี ๆ เถิด มิเช่นนั้น…” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“เจ้ากล้าข่มขู่ข้าหรือ?” ชายชราพูดด้วยความโมโห
“เจ้าดูร่างของตัวเองสิ มันถูกข้าปิดผนึกแล้ว และหากข้ายินยอม มันก็จะถูกแยกออกเป็นชิ้นทันที ส่วนเจ้า …ก็จะไร้ซึ่งกายเนื้อ” ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
ชายชราโกรธจนเต้นเร่าออกมา “ถ้าเจ้าอยากตายก็ลองดู!”
พูดจบ รอบ ๆ พลันเกิดหมอกสีน้ำเงินกระจายออกมา และท่ามกลางหมอกสีน้ำเงินนี้ ลู่เฉินเห็นร่างของอีกฝ่ายมากมาย แต่ชายหนุ่มเพียงแสยะยิ้มออกมา “เคล็ดวิชาลวงตาของเจ้าไม่มีผลต่อข้า”
อีกฝ่ายไม่เชื่อ ยังคิดที่จะซุ่มโจมตีลู่เฉินอีกคร