ไม่ทันได้ตอบโต้ ร่างกายของนางก็ตอบออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ “ข้ามีนามว่าหลัวเสวี่ย ส่วนนายท่านผู้นั้นข้าไม่รู้ถึงที่มาของเขา”
“โอ้? เช่นนั้นเจ้ามายังตำหนักน้ำแข็งนี้ได้อย่างไร?”
“ข้าถูกเขาจับมาที่นี่”
ลู่เฉินพูดด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเขาไม่จับผู้อื่นและจับเจ้ามา?”
“อาจจะเป็นเพราะข้าฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุน้ำแข็ง”
“มาที่นี่นานเพียงใดแล้ว?”
“มากกว่าหมื่นปีแล้ว” หลัวเสวี่ยค่อย ๆ ตอบคำถามของลู่เฉิน
ลู่เฉินพึงพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงถอยออกมาจากความฝันของนาง ส่วนวิญญาณของหญิงสาวนั้นกำลัง ‘นอนหลับลึก’ อยู่
ชายหนุ่มพึมพำออกมา “ดูเหมือนปราณม่วงห้วงฝันนี้ใช้ได้ผลดีไม่น้อย”
ดังนั้นลู่เฉินจึงวางแผนจะกลับไปยังพื้นที่ลับ เพื่อหาวิญญาณเร่ร่อน แล้วทำให้พวกมันได้สัมผัสกับปราณม่วงห้วงฝันเสีย ก่อนจะดูว่ามีประสิทธิภาพเช่นไร
และในขณะนั้นเอง หลัวเสวี่ยก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา แต่วิญญาณของนางกลับมองลู่เฉินด้วยความหวาดกลัว “เมื่อครู่ข้าเป็นอะไรไป?”
“เพียงแค่ฝันไปเท่านั้น อย่าตื่นเต้นไปเลย” ลู่เฉินยิ้ม จากนั้นจึงเพิ่มตราประทับวิญญาณลงไป
เมื่อวิญญาณของหลัวเสวี่ยได้รับตราประทับวิญญาณ นางก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป “เจ้าทำสิ่งใดกับข้า?”
“ทำให้เจ้าไม่สามารถหักหลังข้าได้” ลู่เฉินมองหลัวเสวี่ย
หลัวเสวี่ยมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา พลางจ้องมองลู่เฉิน “เขาไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
“เขาจะปล่อยข้าหรือไม่นั้น เจ้าไม่ต้องกังวล” เมื่อลู่เฉินพูดจ