บ ก็ค่อย ๆ ถอยออกมาจากพื้นที่จิตของนาง
หลัวเสวี่ยพลันควบคุมร่างกายของตนได้อีกครั้ง จากนั้นนางก็จ้องมองลู่เฉินที่ยืนอยู่ภายในโลงศพหินสีขาวของตน พลางพูดด้วยความหดหู่ใจ “เจ้าอย่าให้ข้าได้ออกไป มิเช่นนั้นหากนายท่านรู้ว่าข้าหักหลังเขา ข้าคงตายแน่”
“เขามาแล้ว” ลู่เฉินกลับมองไปยังสถานที่บางแห่ง
หลัวเสวี่ยพลันหวาดกลัวขึ้นมา
และในขณะนั้นเอง กลุ่มไอสีดำพลันผุดขึ้นมาจากมุมมืดหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นเชือกสีดำมากมาย มันพันรัดกายเนื้อของหลัวเสวี่ยเอาไว้
หลัวเสวี่ยตกตะลึงและยังไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ นางก็ถูกลากไปยังมุมมืดทันที และหายไปในที่สุด
ลู่เฉินคิดจะไล่ตามไป แต่กลับพบว่ามีเขตแดนสีดำขัดขวางไว้
ดังนั้นเขาจึงทำลายเขตแดนนี้ แต่อีกฝ่ายกลับหายไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงออกจากโลงศพหินสีขาวนี้ไป
ทันใดนั้นเอง ค่ายกลด้านนอกโลงศพหินสีขาวได้หายไปแล้ว เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางเองก็หายไปเช่นกัน ที่นี่หลงเหลือเพียงห้องลับว่างเปล่า
ลู่เฉินขมวดคิ้วขึ้นมา “ผลไม้ก็ไม่มีแล้วหรือ?”
เมื่อครู่ตอนที่เข้าไปในห้องลับนั้น มีผลไม้วิญญาณซึ่งถูกน้ำแข็งผนึกเอาไว้กองหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่เพียงผลไม้หายไป คนเองก็หายไปเช่นกัน ดังนั้นลู่เฉินจึงรีบติดต่อเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางทันที
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนทั้งสองจะสูญเสียการติดต่อกับตนไปเช่นกัน
ลู่เฉินมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ดูเหมือนว่าต้องดูในวังน้ำแข็งนี้เสียหน่อย ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น”