ัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้
เซี่ยอีฉานที่มองอยู่อีกด้านหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมา “ไม่มีสิ่งใดทำอะไรนายท่านได้จริง ๆ”
“ใช่ นายท่านเป็นบุคคลอันดับหนึ่งแห่งจิ่วโหยว” หั่วเตาหลางพูดอย่างภาคภูมิใจ
“บุคคลอันดับหนึ่งแห่งจิ่วโหยว? ล้อเล่นใช่หรือไม่” เซี่ยอีฉานรู้ถึงความเก่งกาจของลู่เฉิน แต่หลังจากฝึกฝนถึงขั้นแปลงเซียนแล้ว ก็ยังมีสิ่งประหลาดน่ากลัวมากมาย และพวกมันก็มีระดับการฝึกฝนที่สูงกว่า กระทั่งมีผู้ที่พร้อมจะเป็นเซียนด้วย
แต่ตอนนี้หั่วเตาหลางกลับพูดว่า ลู่เฉินเป็นบุคคลอันดับหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถทำให้เซี่ยอีฉานเชื่อเช่นนั้นได้
หั่วเตาหลางไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เพียงแค่พูดขึ้นมาสั้น ๆ “ไม่ช้าก็เร็วพวกเจ้าจะได้รู้!”
เซี่ยอีฉานไม่เข้าใจว่าหั่วเตาหลางหมายความเช่นไร แต่เมื่อหญิงสาวภายในโลงศพหินเห็น ก้อนหินเหล่านั้นถูกคลายความเย็นลง จึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ก่อนจะก่นด่าออกมา “ตายซะ!”
“เจ้าน่ะ ตอนนี้มีเพียงทางเลือกเดียว” ลู่เฉินจ้องมองโลงศพหินพลางพูดขึ้นมา
หญิงสาวจึงตะโกนขึ้นมา “อย่างไรกัน? เจ้าคิดจะให้ข้ายอมหรือ? เช่นนั้นเจ้าคงจะไร้เดียงสาเกินไปเสียแล้ว!”
พูดจบ จู่ ๆ ก็มีหิมะตกลงมาจากท้องฟ้า เกล็ดหิมะเหล่านี้ทำให้ก้อนหินหยุดเคลื่อนไหวทันที เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางที่อยู่ด้านหลังลู่เฉินถูกลมกรรโชกกระหน่ำใส่
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย
หญิงสาวภายในโลงศพหินพูดด้วยความพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม หากอยากให้พวกเขามีชีวิ