ต้องระวังหน่อย”
“แต่นางรวดเร็วมาก ทำให้ขัดขวางได้ไม่ทัน” เซี่ยอีฉานพูดด้วยความหดหู่ใจ
ชายหนุ่มคิดแล้วจึงทำศิลาวิญญาณขึ้นมาอีกสองชิ้น สลักอักขระยันต์ไว้ด้านบน และมอบให้คนทั้งสอง
“นายท่าน …นี่คือ?”
“อักขระยันต์ที่สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ใด รุกรากเข้ามาภายในร่างกายของเจ้าได้” ลู่เฉินอธิบายออกมา
เซี่ยอีฉานรู้สึกว่าเหลือเชื่อเกินไป จึงมองลู่เฉินพลางพูดด้วยความดีใจ “นายท่าน ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก ไม่ว่าสิ่งใดก็ทำได้!”
และในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ด้านหลังของลู่เฉินจึงปรากฏหญิงสาวผู้นั้นขึ้นมา เขาพลันแสยะยิ้ม “คิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องซุ่มโจมตีข้า!”
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า เพื่อครอบครองร่างของหญิงสาวผู้นี้ทันที
หญิงสาวเบิกตากว้าง จากนั้นยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับกายและรีบหลับตาลงทันที ราวกับกำลังต่อสู้กับลู่เฉิน
เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางต่างมองหน้ากัน
กระทั่งเซี่ยอีฉานพูดขึ้นมา “นายท่าน …จะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
หั่วเตาหลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่อนายท่านเข้าไปภายในร่างกายของนาง เช่นนั้นก็หมายความว่านายท่านต้องมีวิธีจัดการกับนาง”
เซี่ยอีฉานพยักหน้ารับ “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
ในขณะนั้นเอง ภายในพื้นที่จิตของหญิงสาวผู้นี้ ลู่เฉินมองไม่เห็นเงาร่างของนาง ดังนั้นจึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “วิญญาณของนางอยู่ที่ใดกัน?”
“ผู้บุกรุก ตายซะ!” ประโยคที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่นานหญิงสา