ขามาถึงตรงหน้าลู่เฉินในคราวเดียว ก่อนกวัดแกว่งกระบี่วิญญาณฟันใส่ลู่เฉินอย่างแรง
เซี่ยอีฉานตกใจมาก “นายท่านระวัง!”
หั่วเตาหลางถึงกับอยากจะพุ่งไปช่วย แต่ลู่เฉินกลับพูดกับพวกเขาว่า “อย่าขยับ”
เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอยู่เฉย ๆ ส่วนกระบี่วิญญาณของชายวัยกลางคนได้ไปถึงตัวลู่เฉินแล้ว แต่ครั้นโดนชายหนุ่ม มันก็ได้เปิดใช้งาน ‘เม็ดยาเงา’
ซึ่งหมายความว่าการโจมตีของวิญญาณอาวุธ จะกลายเป็นที่มาของ ‘การฝึกฝน’ ของลู่เฉินด้วย
ดังนั้นกระบี่เล่มนี้จึงแค่ผ่าน ‘ร่างกาย’ ของลู่เฉินไปเท่านั้น แต่ไม่มีผลกับเขาเลย ชายวัยกลางคนนั้นคือ ‘วิญญาณเร่ร่อน’ ที่กำลังปล่อยแสงสีเขียวอยู่ในขณะนี้
แต่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว เขาเพียงมองลู่เฉินอย่างว่างเปล่า แล้วเหวี่ยงกระบี่อีกครั้ง
ลู่เฉินปล่อยให้อีกฝ่ายโจมตีตามใจชอบ
หลังจากโจมตีไปได้สักพัก วิญญาณเร่ร่อนก็เก็บกระบี่ จากนั้นจึงใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือหลายแบบ ในขณะที่เม็ดยาเงาของลู่เฉินเริ่มดูดซับพลัง
ดังนั้นลู่เฉินจึงไม่เป็นไรเลย ทว่าสองคนที่เฝ้าดูอยู่ข้างนอกต่างตะลึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซี่ยอีฉานที่รู้ดีว่าวิญญาณเร่ร่อนนี้น่ากลัวเพียงใด แต่ตอนนี้มันกลับไม่สามารถทำอันตรายต่อลู่เฉินได้เลย ดังนั้นเขาจึงพึมพำว่า “ชายคนนี้ยังเป็นมนุษย์หรือไม่”
หั่วเตาหลางไม่ตอบเขา แต่ทำเพียงเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
ประมาณหนึ่งในสี่ของชั่วยามต่อมา ลู่เฉินก็มองดวงวิญญาณเร่ร่อนด้วยความพึงพ