อใจ จากนั้นตราประทับภูตก็ถูกวางไว้บนหน้าผากอีกฝ่าย ทว่าทันทีที่ตราประทับภูตสัมผัสโดน อีกฝ่ายก็หายไปราวกับหมอกควัน
ไม่เพียงเท่านั้น เขตแดนวิญญาณที่อยู่รอบ ๆ ก็หายไปด้วย ราวกับว่าไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
ลู่เฉินเผยสีหน้าเคร่งขรึม “ไปแล้วงั้นหรือ?”
“นายท่าน เกิดอะไรรึขอรับ?” เซี่ยอีฉานมองลู่เฉินด้วยความสับสน หลังจากรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ชายหนุ่มอธิบายว่า “ข้าอยากจะปราบมัน แต่พอข้าประทับตรา มันก็หายไป”
เซี่ยอีฉานดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงพูดว่า “นายท่าน วิญญาณเร่ร่อนที่นี่ไม่สามารถควบคุมหรือปราบได้ขอรับ”
“ปราบไม่ได้งั้นหรือ?”
“มีผู้อาวุโสต้องการปราบพวกมันเพื่อไม่ให้ไปทำร้ายผู้อื่น แต่ทันทีที่พวกมันถูกควบคุม พวกมันก็จะหายไปและไม่ปรากฏตัวอีกเลย” เซี่ยอีฉานอธิบาย
เมื่อลู่เฉินได้ยินสิ่งนี้ เขาก็ขมวดคิ้วทันที “ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับ ความทรงจำของพวกมันโดยการปราบปรามแล้ว”
เซี่ยอีฉานเองก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้เช่นกัน แต่ทันใดนั้นลู่เฉินก็พาซูวั่งเยว่ออกมา
เซี่ยอีฉานพลันตกใจเมื่อเห็นซูวั่งเยว่ชุดแดง
ซูวั่งเยว่ชุดแดงมองลู่เฉินอย่างสงสัย “มีอะไรงั้นหรือ?”
“ข้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดกับจิตวิญญาณของเจ้า”
“ข้าหรือ?” ซูวั่งเยว่ชุดแดงไม่เข้าใจ
ลู่เฉินพยักหน้าและกล่าวว่า “ว่ากันว่าคนที่ตายที่นี่จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน และวิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้ก็แตกต่างจากวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป”
ซูวั่งเ