ละอยู่สำนักใดกัน”
ชายหนุ่มจึงตอบกลับ “ลู่เฉิน”
เซี่ยอีฉานที่อยู่อีกด้านหนึ่งจึงพูดขึ้น “สำนักเหมันต์”
ลู่เฉินมองไปยังเซี่ยอีฉาน อีกฝ่ายจึงส่งเสียงกลับมา “มีเพียงศิษย์ของภูเขาหิมะทั้งเจ็ดที่จะสามารถรับภารกิจได้ ดังนั้นนายท่าน ท่านต้องยอมเป็นคนของสำนักเหมันต์เสียก่อน”
หลังจากชายหนุ่มได้รู้เหตุผล จึงไม่ได้ถามใด ๆ ต่อ และเมื่อผู้เฒ่าหลู่ลงชื่อแล้วจึงพูดขึ้นมา “สามวัน หากไม่สำเร็จภายในสามวัน อำนาจในภารกิจนี้จะยึดกลับมา ส่วนเจ้า ภายในหนึ่งปีจะไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้อีก”
แม้ลู่เฉินจะไม่รู้ว่าเป็นกฎเกณฑ์ใดกัน แต่เขาก็คร้านจะสนใจ กลับจัดการอารมณ์ของตนและเดินนำเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางออกไป
คนจำนวนไม่น้อยอยากดูเรื่องสนุก ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงไปเฝ้ามอง
ส่วนซูวั่งเยว่ในชุดแดงที่ซ่อนตัวอยู่นั้น กลับส่งเสียงหัวเราะพลางพูดกับลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่สิ่งประหลาดไร้ใบหน้าสองหัวนั่นมีที่มาอย่างไร?”
ลู่เฉินไม่รู้ แต่เขาก็ไม่อยากถาม
ซูวั่งเยว่ในชุดแดงจึงพูดเยาะเย้ยขึ้นมา “มันคืออสูรปีศาจสองหัว หรือเรียกว่ากวางอสูรสองหัว ลำคอของมันสามารถยาวขึ้นได้ เพราะเมื่อหลายปีก่อนกายเนื้อของมันถูกทำลายที่นี่ วิญญาณจึงถูกปิดผนึกอยู่ที่นั่น และมันก็เชี่ยวชาญในการกลืนกินวิญญาณที่เข้าใกล้ ดังนั้นมันจึงฆ่าสิ่งมีชีวิตที่เข้าใกล้ตัวเองเสียก่อน แล้วค่อยกลืนกินวิญญาณไป”
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าจะยังมีอสูรปีศาจที่ประหลาดเช่น