างจำนวนมากปรากฏขึ้นมาทันที และเงาเหล่านี้ก็มีความเร็วสูงมาก
ฮั่วเตาหลางเตรียมพร้อมทันที “นายท่าน พวกเขา…”
“พันธมิตรกำจัดมาร?”
“ใช่!”
ลู่เฉินคิดแล้วจึงพูดออกมา “ทำลายกายเนื้อของพวกเขา เหลือวิญญาณของพวกเขาเอาไว้ ข้าจะใช้ประโยชน์!”
“ขอรับ!” ฮั่วเตาหลางขานรับ จากนั้นจึงนำกระบี่เพลิงทั้งสองเล่มออกมา และเหวี่ยงมันไปรอบ ๆ
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นมาทันที
เซี่ยอีฉานสูดหายใจเข้าลึก
และในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ฉินอ่าวก็มาประชิดด้านหลังลู่เฉินพลางหัวเราะเสียงดัง “เคล็ดวิชานี้ของข้า เรียกว่าเสียงบูรพาฝ่าตีประจิม”
เมื่อเซี่ยอีฉานเห็นฉินอ่าวจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
แต่การตอบสนองนั้นช้าเกินไป ฉินอ่าวปล่อยฝ่ามือหนึ่งออกไปแล้ว
ทว่าลู่เฉินดูราวกับเงา ร่างกายของเขาเพียงสว่างขึ้นมาและหายไปจากตำแหน่งเดิม
ฉินอ่าวพลันสับสนขึ้นมา และยังไม่ทันได้ตอบสนองใด ๆ ลู่เฉินก็ยืนประชิดอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว “เจ้ากำลังโจมตีสิ่งใดหรือ?”
ฉินอ่าวหวาดกลัวขึ้นมา จึงรีบหมุนตัวกลับไป ก่อนจะได้เห็นว่าลู่เฉินกำลังจ้องมองตนอยู่พอดี
“เจ้า!… เจ้าเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่!?” ฉินอ่าวไม่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดขั้นหลอมแก่นแท้จึงมีความเร็วที่ประหลาดเช่นนี้
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มออกมา เพราะว่าตอนนี้เขาเป็นเงา และยิ่งรวมเข้ากับการก้าวเดิน ทำให้ตนรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
แต่ชายหนุ่มไม่ได้อธิบายออกไป เพียงหัวเราะพลางพูดขึ้นมา “เจ้าเข้าใจเพียงตัวเอง