’ อสูรวิญญาณใช้วิญญาณของตนโจมตีออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้ กลับทะลุผ่านร่างของอีกฝ่ายออกไปแทน
เรื่องนี้ทำให้เงาหมาป่ารู้สึกสับสนยิ่งนัก
ส่วนลู่เฉิน เมื่อได้หลอมรวม ‘เม็ดยาอสูรสีดำ’ อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหยุดลง
แต่เขารู้ว่าพลังของอสูรวิญญาณตรงหน้าไม่ส่งผลใด ๆ ต่อการฝึกฝนของตนเอง ดังนั้นจึงเท่ากับว่ามันกำลังใช้อย่างเสียเปล่า ชายหนุ่มจึงยิ้มพลางมองอสูรวิญญาณ “ข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง!”
อสูรวิญญาณยังไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ ลู่เฉินก็ส่งแผ่นหินฉวิญญาณออกไป อสูรวิญญาณถูกดูดเข้าไปทันที
ฉินอ่าวมีสีหน้าเปลี่ยนไป เขาหวาดกลัวจนตะโกนขึ้นมา “ถอย!”
กลุ่มคนที่กำลังขัดขืนดิ้นรนอยู่นั้นรีบหนีออกไปทีละคนทันที
หลังจากคนเหล่านี้ออกไปแล้ว ฮั่วเตาหลางจึงเดินมาตรงหน้าลู่เฉิน และนำกระบี่เพลิงที่เปล่งแสงอยู่ออกมา บนกระบี่เล่มนี้หลอมรวมวิญญาณไว้กลุ่มหนึ่ง
“นายท่าน เมื่อครู่สังหารไปสามร้อยกว่าคน วิญญาณอยู่ที่นี่ขอรับ” ฮั่วเตาหลางพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉย
เซี่ยอีฉานที่อยู่อีกด้านหนึ่งสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะพึมพำออกมา “นับว่าเป็นมือสังหารผู้หนึ่งจริง ๆ”
ลู่เฉินพูดด้วยความพึงพอใจ “พวกเจ้ารอที่นี่ก่อน”
เมื่อชายหนุ่มพูดจบก็ดูดวิญญาณเหล่านี้เข้าไปยังแผ่นหินฉวิญญาณ จากนั้นจึงเข้าไปยังภูเขาซากศพ และปล่อยวิญญาณที่พึ่งดูดซับมาเมื่อครู่ออกมาไว้ในศิลาแห่งนี้
เพราะวิญญาณเหล่านี้พึ่งถูกดูดเข้าไป จิตของพวกเขาจึงยังตื่นตัวอยู่
แต่