้านข้าง “มันทรงพลังเกินไป”
“ไม่เป็นไร!” ลู่เฉินพูดอย่างใจเย็น
เซี่ยอีฉานได้ยินลู่เฉินบอกว่าไม่เป็นไร ก็นึกอยากรู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่เป็นไร
สำหรับอสูรเฒ่าจ้าวนั้น เขาหยิ่งผยองมาก อีกฝ่ายจ้องมองไปที่ลู่เฉินแล้วพูดว่า “เจ้าหนู เจ้ากลัวหรือไม่?”
ไม่เพียงอสูรเฒ่าจ้าวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอวี่ซานเส้าด้วย เขาพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้าหนู มันจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าพันธมิตรกำจัดมารของเราน่ากลัวแค่ไหน!”
“แม้แขนนี้จะทรงพลัง แต่ก็ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเจ้า และต้องใช้กำลังมากในการเดินทางมาที่นี่ ดังนั้นมันจึงสามารถอยู่ที่นี่ได้เพียงครึ่งของเศษหนึ่งส่วนสี่ของชั่วยามเท่านั้น อีกทั้งความแข็งแกร่งของมันก็จะค่อย ๆ ลดลง” ลู่เฉินทำการวิเคราะห์ทีละอย่าง
เมื่อได้ยินสิ่งที่ลู่เฉินพูด อสูรเฒ่าจ้าวกับอวี่ซานเส้าต่างไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันเลย
ไม่เพียงสองคนนี้เท่านั้น แต่แขนเองก็ส่งเสียงอหังการว่า “ไม่ต้องพูดถึงครึ่งของเศษหนึ่งส่วนสี่ของชั่วยามเลย แค่สิบลมหายใจ ข้าก็สามารถจัดการเจ้าได้แล้ว”
“โอ้? เจ้าแน่ใจงั้นหรือ?”
“ไร้สาระ!” หลังจากพูดแบบนี้ จู่ ๆ แขนก็กลายเป็นภาพติดตา พร้อมพุ่งออกจากเขตแดนแห่งความมืดเข้าโจมตีลู่เฉินอย่างรุนแรง
เมื่อการโจมตีทะลุผ่าน ลู่เฉินพลันกลายเป็นมนุษย์กระดาษไป
อสูรเฒ่าจ้าวและอวี่ซานเส้าตกใจ ก่อนจะรีบบอกแขนเกี่ยวกับสถานการณ์ของลู่เฉิน แขนนั้นโกรธทันที “ไยเจ้าไม่บอกข้าก่อนหน้านี้!”
วิญ