วอย่างภาคภูมิใจ
“เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้หากข้าไม่ได้อยู่ที่เมืองทงเสวี่ยสินะ?”
เฮยหลวนถึงกับพูดว่า “อยู่ที่นี่ เจ้ายิ่งอนาถขึ้น!”
“ที่นี่เราทุกคนสามารถใช้พลังวิญญาณและคาถาทรงพลังได้ เหตุใดเจ้าจึงบอกว่าพวกข้าจะอนาถยิ่งกว่าเดิม?” ผู้อาวุโสซือถามกลับ
เฮยหลวนยิ้ม “เพราะเหตุนี้ข้าถึงบอกว่าเจ้าจะอนาถยิ่งกว่าเดิม”
ผู้อาวุโสซือจ้องมองเฮยหลวน “ดูเหมือนว่าถ้าไม่ให้เจ้าเห็นความแข็งแกร่งของพวกเรา เจ้าจะไม่รู้จักกลัวซะบ้าง!”
หลังจากพูดเช่นนั้น ผู้อาวุโสซือก็ออกคำสั่ง ปราณของกลุ่มคนพลันแผ่พุ่งออกมา
เฮยหลวนไม่กังวลเลย นางยังคงตะโกนว่า “มาเลย ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!”
หญิงสาวยังคงปล่อย ‘นกสีดำ’ ออกมานับไม่ถ้วน และ ‘นกสีดำ’ เหล่านี้ก็เข้าไปพัวพันกับคนเหล่านั้นทีละคน
คนเหล่านี้ต่างสวมเสื้อคลุมสีดำทันที
แสงสีดำที่ปล่อยออกมาจากเสื้อคลุมนั้นได้ปิดกั้นนกเหล่านี้ทีละตัว
เฮยหลวนสับสน “เกิดอะไรขึ้น?”
“เสื้อผ้าของพวกเขาต้านทานเคล็ดวิชาวิญญาณและวิชาภูต!” ลู่เฉินอธิบาย
เฮยหลวนพูดอย่างหดหู่ “แล้วเราควรทำอย่างไรดี?”
“ไม่ต้องรีบ! ดูข้าเก็บเสื้อผ้าของพวกเขาสิ!” ลู่เฉินมองไปที่คนเหล่านั้นแล้วเริ่มใช้พลังของเขา
เสื้อผ้าบนร่างฝ่ายตรงข้ามเริ่มสั่น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้ลู่เฉิน เสื้อผ้าของเขาเริ่มควบคุมไม่ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าพวกมันกำลังจะบินออกไป
จึงมีคนตะโกนบอกผู้อาวุโสซือว่า “ผู้อาวุโสซือขอรับ เขา… เขาควบคุมเสื้