พวกนางไปที่เมืองด้านหลัง
แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนบางส่วนมาขวางถนน โดยพวกเขาทำการหยุดพวกลู่เฉินทั้งสามคนไว้
ทางผู้นำสวมชุดหนังสัตว์ เอามือไพล่หลัง และสวมหมวกที่มีเป็นหัวหมี
เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ คนรอบข้างต่างพากัน ‘กลัว’
“พวกเจ้ามากับข้า!” กลุ่มคนในวัยสามสิบถึงสี่สิบตะโกน
เฮยหลวนไม่เข้าใจสิ่งที่คนเหล่านี้กำลังทำ ดังนั้นนางจึงอดที่จะถามไม่ได้ว่า “เหตุใด?”
“ไยต้องมีเหตุผล?” ชายคนนั้นพูดอย่างดูถูก เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการกลับไปคำถามของเฮยหลวน
“เช่นนั้นเหตุใดเราต้องไปกับเจ้าด้วย?” เฮยหลวนไม่เข้าใจ
ชายคนนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “เราเป็นกองกำลังที่ทรงพลังในเมืองทงเสวี่ย ดังนั้นหากเราต้องการให้พวกจ้ามากับเรา พวกเจ้าต้องติดตามเรามา ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่มีวันเวลาที่ดีในเมืองทงเสวี่ยแน่!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เฮยหลวนก็ไม่พอใจ “แต่เราไม่ได้ทำอะไรให้เจ้าขุ่นเคืองนะ”
“น้องสาวตัวน้อย เจ้าบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรให้เราขุ่นเคือง ก็หมายความว่าไม่ได้ทำให้เราขุ่นเคืองจริง ๆ งั้นหรือ?” ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ
“หมายความว่าอย่างไร?”
“แผ่นดินที่เจ้ากำลังเดินนั้นถูกปูโดยพวกเรา ถ้าเจ้าเหยียบมันก็แสดงว่าเจ้าทำให้เราขุ่นเคืองแล้ว” ชายคนนั้นพูดด้วยรอยยิ้มกดลึก
“เจ้านี่มันช่างไร้เหตุผล!” เฮยหลวนโกรธจัด
ชายคนนั้นยิ้มแปลก ๆ “โกรธหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ตีข้าสิ!”
เฮยหลวนอยากจะลงมือจริง ๆ แต่ลู่เฉินพูดกับนางว่า “อย่าลงมือ มั