นมีค่ายกลใหญ่อยู่ในเมืองนี้”
เฮยหลวนหยุดมือทันที
ชายคนนั้นสงสัยว่าเหตุใดลู่เฉินถึงรู้ว่าไม่สามารถลงมือที่นี่ได้ เขาจึงจ้องไปที่ลู่เฉินแล้วพูดว่า “เด็กน้อย เจ้ารู้อะไรงั้นหรือ?”
“ข้าบอกว่ามีค่ายกลอยู่ที่นี่ ซึ่งตราบใดที่พลังวิญญาณถูกใช้ ค่ายกลนั้นก็จะโจมตีผู้คน ข้าพูดผิดหรือไม่?” ลู่เฉินถามชายคนนั้น
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ชายคนนั้นก็ยิ้ม “เจ้าหนู เจ้าช่างรู้มากนัก”
“ดังนั้นเจ้าเองก็ไม่สามารถลงมือได้ถูกหรือไม่?” หลังลู่เฉินพูดอย่างนั้น เขาก็พาพวกเฮยหลวนทั้งสองคนจากไป โดยพยายามเดินเลี่ยงไปอย่างไม่คิดสนใจคนเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ชายคนนี้ให้กลุ่มของตนรวมตัวกันปิดกั้นพวกลู่เฉินที่อยู่ข้างหน้าไว้
เฮยหลวนโกรธมาก “เหตุใดเจ้าถึงทำตัวเป็นอันธพาลเช่นนี้!”
“ช่วยไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้พวกเราเป็นกองกำลังอันดับหนึ่งในเมืองทงเสวี่ยเล่า?”
เฮยหลวนโกรธมาก ขณะที่ลู่เฉินมองไปที่คนเหล่านี้ “บอกข้าสิว่าใครสั่งให้เจ้ามา?”
คนเหล่านี้แกล้งทำเป็นโง่และไม่คิดตอบคำถามของลู่เฉิน
ผู้นำยังกล่าวอีกว่า “เจ้าหนู เรามาที่นี่เอง ไม่มีใครสั่งให้เรามา!”
“อ้อ? จริงหรือ?” หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็ปล่อยตั๊กแตนตำข้าวแขนทองออกมา
เมื่อเห็นลู่เฉินปล่อยแมลงแปลก ๆ ทุกคนต่างสงสัยว่ามันคืออะไร แต่ผู้นำกลับหัวเราะเยาะ “เจ้าหนู เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำให้เรากลัวด้วยแมลงตัวจ้อยได้งั้นหรือ?”
“แมลงของข้าไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลรอบ ๆ ดังนั้นมันจึงโจมต