ีเจ้าได้”
“เจ้ากำลังพยายามจะทำให้ใครกลัวกัน?” ชายคนนั้นพูดอย่างไม่ใส่ใจ
คนอื่น ๆ ต่างหัวเราะ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้จริงจังกับคำพูดของลู่เฉินเลย
แต่ในขณะนั้นเอง ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็ลงมือโจมตีชายคนนั้นด้วยใบมีดทีละเล่ม แสงสีทองเข้าโจมตีชายคนนั้นอย่างแรง โชคดีที่ชายคนนั้นมีเกราะอ่อนป้องกันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าเขาขาดวิ่นและบาดเจ็บไปทั่วตัว ทั้งยังถูกพลังอันทรงพลังกระแทกให้ถอยกลับ
ทุกคน ณ ที่นั้นต่างตกตะลึง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่กับผู้นำต่างหวาดกลัวจนรีบถอยร่นออกไป
ชายคนนั้นพูดด้วยความโกรธว่า “เจ้ากล้าลงมือจริงเหรอ!?”
“เจ้ายั่วยุข้าก่อน!” ลู่เฉินพูดกับชายคนนั้น
ชายคนนั้นโกรธมาก จึงหันไปสั่งกับทุกคนว่า “จัดค่ายกล!”
“รับทราบ!”
คนเหล่านี้หยิบท่อนไม้สีดำออกมาถือทันที จากนั้นท่อนไม้ก็พลันส่องประกายด้วยพลังอันแปลกประหลาด โดยพลังนี้ไม่ใช่พลังวิญญาณ
เฮยหลวนเห็นเช่นนี้จึงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านอาจารย์ นี่คือ…?”
“ท่อนไม้ของพวกเขาได้ผนึกค่ายกลการบางส่วนไว้ ด้วยการควบคุมเล็กน้อย พลังที่ปล่อยออกมาจากท่อนไม้เหล่านี้จึงสามารถสร้างค่ายกลได้” ลู่เฉินอธิบาย
เมื่อเฮยหลวนได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที “เช่นนั้นมันไม่อันตรายมากหรือเจ้าคะ?”
“อันตรายอยู่ แต่ก็ยังอ่อนแอเกินไป” คำพูดของลู่เฉินทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกหงุดหงิดยิ่ง
โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำ เขาส่งเสียงฮึ่มฮั่ม “เจ้าหนู เจ้า