่ะ”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ไม่ต้องคิดหรอก เขาอยู่ที่นี่แล้ว”
“อะไรนะเจ้าคะ!?” เสวี่ยหลิงเยว่ที่ได้ยินพลันตกใจ
ตอนนี้เองที่ร่างของลู่เฉินปรากฏขึ้นบริเวณทางเดิน เขาจ้องมองเสวี่ยหลิงเยว่กับรูปปั้นน้ำแข็งด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มเสียดสีว่า “สตรีศักดิ์สิทธิ์ เจ้าช่างทรงพลังจริง ๆ ถึงกับสามารถพบเห็นเจ้าได้ทุกที่เลย”
“ไม่คิดว่าจะได้พบกันเร็วขนาดนี้” สตรีศักดิ์สิทธิ์ดูไม่แปลกใจ ทั้งยังพูดเหมือนรู้อยู่แล้ว
“ถ้าคนของเจ้าไม่ถูกเผยตัวตน ข้าเกรงว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะได้พบกันอีก” ลู่เฉินกล่าวอย่างสงบ
สตรีศักดิ์สิทธิ์หัวเราะและพูดว่า “มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น แต่ในเมื่อข้าพาเจ้ามาที่นี่แล้ว ข้าย่อมมีวิธีจัดการกับเจ้า”
“อ้อ เจ้าทำอะไรได้บ้างเล่า ขอข้าดูหน่อยเถิด” ลู่เฉินกล่าวด้วยท่าทางไม่เกรงกลัว
“เสวี่ยหลิงเยว่ เปิดใช้งานค่ายกลป้องกันของพระราชวังใต้ดิน และปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกมาซะ” สตรีศักดิ์สิทธิ์สั่งการ
เสวี่ยหลิงเยว่พลันกล่าวรับคำ “เจ้าค่ะ!”
จากนั้นก็เห็นเสวี่ยหลิงเยว่หยิบป้ายคำสั่งออกมาและอัดพลังวิญญาณเข้าไป ฉับพลัน บริเวณโดยรอบพลันโกลาหล ทั้งเสวี่ยหลิงเยว่และประติมากรรมน้ำแข็งของสตรีศักดิ์สิทธิ์หายตัวไปทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังได้ยินเสียงฝีเท้าเป็นระลอก ราวกับว่ามีคนจำนวนมากกำลังเข้ามาใกล้
จากนั้น ดาบน้ำแข็ง มีดน้ำแข็ง และหอกน้ำแข็งพากันลอยมาหา ชายหน