เอง ลู่เฉินได้ใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ฝ่ามือแปดวิญญาณโจมตีไปบนร่างของเสวียหลิงเยว่
แต่มันไม่สามารถยับยั้งเสวียหลิงเยว่ได้ เพราะวิญญาณของฝ่ายนั้น ‘ทรงพลัง’ เป็นอย่างมาก
ทว่าเสวียหลิงเยว่ก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย ราวกับวิญญาณถูกบางสิ่งทำร้าย ทำให้นางโมโหจนตะโกนออกมา “เจ้ารอก่อนเถิด ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
เสวียหลิงเยว่ส่งเสียงดังขึ้นมา จากนั้นจึงหายตัวไป
แต่ลู่เฉินกลับนำศิลาของลิ่วกุ่ยออกมา และเอ่ยถามลิ่วกุ่ยนั่น “เป็นอย่างไร เมื่อครู่ข้าได้ปล่อยหมัดแปดวิญญาณออกไปแล้ว เจ้าได้ทำตราประทับบนร่างของนางหรือไม่”
“ทำ ข้าทำร่องรอยบางอย่างไว้บนวิญญาณของนาง เพียงแค่นางได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถตามหานางพบได้!” ลิ่วกุ่ยอธิบายออกมา
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “ไป ไปตามหานาง!”
หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงนำอสูรหิมะเหล่านั้นไปยังสถานที่แห่งหนึ่งด้วยกัน
…
ภายใน ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ เฮยหลวนมองเจี่ยอันด้วยความแปลกใจ “อาจารย์จะไม่เกิดเรื่องใดขึ้นใช่หรือไม่?”
“เขาเก่งกาจเพียงนั้น น่าจะไม่เป็นอะไรหรอก!” เจี่ยอันคิดว่าลู่เฉินต้องไม่เป็นอะไร
แต่เฮยหลวนมักจะรู้สึกไม่มั่นใจ นางยังคงพึมพำออกมา “เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนคนของสำนักเหมันต์สงัดทรงพลังถึงเพียงนั้น หากพวกเขาคิดจัดการกับอาจารย์ของเราจริง ๆ อาจารย์ของเรารับมือไม่ไหวแน่”
เจี่ยอันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา “