้ว่างเปล่าราวกับถูกควบคุมอยู่
เฮยหลวนและเจี่ยอันตกตะลึงขึ้นมา
เสวียหลิงเยว่ตั้งใจพูดยั่วยุลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม มาเถิด ให้ข้าได้ดูเสียหน่อยว่าเจ้ามีทักษะเช่นใดกัน”
“อาจารย์ของเจ้าสอนเคล็ดวิชาควบคุมหุ่นเชิดให้แก่เจ้าแล้วหรือ แต่ก็นับว่าไม่เท่าไหร่” พูดจบเขาก็นำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา ทันใดนั้นก็เกิดเสียงบรรเลงกู่ฉินดังขึ้น
คนที่ถูกควบคุมเหล่านี้กรีดร้องขึ้นมาทันที
เสวียหลิงเยว่ขยับไม้เท้าในมือของตน นางคิดจะทำให้คนเหล่านี้ได้สติขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถทำได้
ไม่เพียงเท่านั้น กุ่ยเจี่ยที่ลู่เฉินสั่งการเอาไว้ก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของคนเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว วิญญาณที่ถูกควบคุมเหล่านั้นไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะต่อต้าน จึงถูกกุ่ยเจี่ยค่อย ๆ จัดการทีละคน
ไม่นาน ที่นี่จึงเหลือเพียงกองซากศพ
เฮยหลวนและเจี่ยอันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ส่วนลู่เฉินเก็บกู่ฉินกลับเข้ามาพลางจ้องมองกลุ่มหมอกบนท้องฟ้า “เจ้าทำสิ่งมากมายเหล่านี้เพื่ออะไรกัน?”
เสวียหลิงเยว่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะคนเหล่านี้เป็นยอดฝีมือที่นางใช้เวลาหลายปีรวบรวมมา แต่แค่เผชิญหน้ากัน ยังไม่ทันได้ลงมือ ก็ถูกลู่เฉินจัดการเสียแล้ว
ดังนั้นเสวียหลิงเยว่จึงพูดด้วยความโมโหขึ้นมา “เจ้าทำให้ข้าโมโหแล้วนะ!”
“ข้าทำให้เจ้าโมโหหรือ แล้วจะทำไมเล่า?”
“ผลที่เจ้าทำให้ข้าโมโหย่อมต้องร้ายแรง!”
“ข้าอยากรู้เสียจริงว่าร้ายแรงถึงเพียงใดกัน!”
“ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็น!” พูดจบ รอบด้านจึงเ