่งเขาจะให้คนออกมาส่งข่าว เพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่” ราชันค่ายกลภูติตอบกลับ
ลู่เฉินแสดงท่าทีจริงจังขึ้นมา “เช่นนั้นเจ้ามากับข้า”
ราชันค่ายกลภูติรู้สึกแปลกใจ ลู่เฉินให้ตนไปทำสิ่งใด ส่วนคนอื่น ๆ รู้สึกไม่พอใจนัก พวกเขาต่างบอกให้ลู่เฉินมอบผลไม้บางส่วนให้
ชายหนุ่มมองไปยังกลุ่มคน “อยากจะได้ผลไม้? ย่อมได้ แต่ต้องดูด้วยว่าพวกเจ้าสามารถมอบสิ่งล้ำค่าใดให้ข้าเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนเหล่านี้ต่างนำสมบัติวิญญาณต่าง ๆ ออกมา
ลู่เฉินเลือกสิ่งที่ดีที่สุด จากนั้นจึงมอบผลไม้ให้หนึ่งผล
คนเหล่านั้นรับผลไม้ไป แต่ก็ต้องสูญเสียสมบัติวิญญาณที่ล้ำค่าที่สุดของตนเอง ดังนั้นแต่ละคนจึงรู้สึกเหมือนกับเฉือนเนื้อของตนออกไป
หลังจากราชันค่ายกลภูติเดินออกไปจากหอผู้อาวุโสพร้อมกับลู่เฉินแล้ว เขาก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความแปลกใจพลางเอ่ยถาม “เจ้าให้ข้าออกมาเพราะเหตุใด?”
“ข้าจะรักษาให้เจ้า”
“รักษา?” ราชันค่ายกลภูติรู้สึกดีใจ
ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาสั้น ๆ “แต่ข้าต้องการให้เจ้าช่วยยืนยันเรื่องหนึ่งกับข้า”
“ว่ามาเถิด!”
ชายหนุ่มนำเลือดออกมาหยดหนึ่งและใช้ปราณห่อหุ้มเอาไว้ จากนั้นจึงเอ่ยถาม “กลิ่นอายของหยดเลือดนี้เจ้าจำได้หรือไม่?”
หลังจากราชันค่ายกลภูติมองแล้วจึงมีสีหน้าสงสัย “ไม่รู้จัก”
“แน่ใจหรือ?”
“ใช่!” ราชันค่ายกลภูติขานรับ
ลู่เฉินพึมพำออกมา “หรือสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณจะไม่ใช่คนของหุบเขาลึก?”
“ทำไมหรือ?