การฟาดลงไปเพียงครั้งเดียว และป้องกันไม่ให้เขาใช้พลังวิญญาณใด ๆ
ในเวลาเดียวกัน ปราการวิญญาณที่อยู่รอบ ๆ ก็ทำการอย่างช้า ๆ ในที่สุด หลังจากราชาผู้ทำลายวิญญาณรู้สึกว่าเขาไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนสี “ไอ้สารเลว! เจ้ากล้าดียังไงมาหลอกข้า!”
“ข้าหลอกเจ้างั้นรึ?”
“ไร้สาระ! เห็นชัด ๆ ว่าเจ้าแสร้งติดกับดักเพื่อหลอกถามข้า!” ราชันคุมวิญญาณกัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล
ลู่เฉินยิ้มหลังจากได้ยินสิ่งนี้ “เอาละ ข้าจะไม่พูดเรื่องไร้สาระกับเจ้าอีกต่อไป!”
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินเข้าไปในปราการวิญญาณ ราชันคุมวิญญาณที่สูญเสียพลังวิญญาณไปนั้นไม่มีโอกาสต้านทานได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นลู่เฉินจึงประทับตราประทับภูตลงบนวิญญาณของเขาได้อย่างง่ายดาย
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังพบรอยอักขระยันต์สีน้ำเงินจำนวนมากบนจิตวิญญาณของอีกฝ่าย ซึ่งอักขระยันต์สีน้ำเงินเหล่านี้คือสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรชิงรากวิญญาณใช้ควบคุมราชันคุมวิญญาณ
หลังจากรับตราประทับภูตจากลู่เฉินแล้ว ราชันคุมวิญญาณจึงกล่าวว่า “อย่างที่เจ้าเห็น ตราประทับอักขระยันต์เหล่านี้ป้องกันไม่ให้ข้าทรยศต่อพันธมิตรชิงรากวิญญาณ ดังนั้นแม้เจ้าจะควบคุมข้าได้ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์”
“ข้าสามารถลบเครื่องหมายเหล่านี้ได้”
“เป็นไปไม่ได้!” ราชันคุมวิญญาณไม่เชื่อและคิดว่าลู่เฉินล้อเล่น
“เจ้าคิดงั้นรึ?”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็ลงมือและเริ่มลบอักขระยันต์เหล่านี้ทีละอัน
เมื่ออั