กขระยันต์สีน้ำเงินหายไปจนหมด ราชันคุมวิญญาณก็พลันรู้สึกว่าเขาเป็นอิสระแล้ว
สิ่งนี้ทำให้การแสดงออกของราชันคุมวิญญาณเปลี่ยนไปอย่างมหันต์ “นี่…”
“ตอนนี้จงบอกข้าเกี่ยวกับผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณมาอย่างช้า ๆ” ลู่เฉินเอ่ยพลางจ้องไปที่ราชันคุมวิญญาณ
“ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณรึ?”
“ใช่ จะหาตัวเขาเจอได้อย่างไร?”
ราชันคุมวิญญาณลังเล
“อย่าคิดอยู่เลย ไม่อย่างนั้นข้าจะสั่งให้เจ้าตาย”
ราชันคุมวิญญาณรู้สึกประหม่าเล็กน้อย “ส่วนใหญ่เขาจะเป็นฝ่ายติดต่อมาหาข้าเอง เว้นแต่ว่าข้าจะพบวิญญาณพิเศษบางอย่างจึงต้องการพบเขา ซึ่งเขาจะรับพวกมันไปหลังจากมายืนยันว่าต้องการพวกมันแล้ว”
“โอ้? แล้วจะเรียกเขามาได้อย่างไร?”
“มีวิหารทรุดโทรมอยู่ใกล้หุบเขา ข้าแค่ต้องจุดควันขึ้นบนยอดเขานั้น แล้วเขาจะมาพบข้าภายในสามวัน”
“พวกเจ้านัดเจอกันที่ไหน?”
“ที่หุบเขาลึก” ราชันคุมวิญญาณตอบ
ลู่เฉินขมวดคิ้ว “เขาสามารถเข้าออกหุบเขาได้งั้นรึ?”
“ข้าไม่รู้ และรู้แค่ว่าเขาสามารถตามหาข้าเจอได้เสมอ”
“เขาหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วแต่งกายแบบใด?” ชายหนุ่มลอบสงสัยว่าคนผู้นี้อาจมาจากหุบเขาลึก