ณ์เสียก่อน” ผู้อาวุโสใหญ่ไม่สบายใจเมื่อเห็นผลไม้ในมือของลู่เฉิน ดังนั้นจึงจงใจชะลอคำสั่งของเจ้าตำหนัก
เจ้าตำหนักเอ่ยด้วยความเดือดดาลว่า “อันใดกัน! เจ้าคิดจะไม่เชื่อฟังข้าอีกคนรึ?”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่เชื่อฟังท่าน แต่ในหุบเขามีกฎเกณฑ์ เมื่อมีร่องรอยของผลไม้นี้ก็ต้องรายงาน ดังนั้นข้าจึงต้องรายงานให้ผู้อาวุโสเบื้องบนทราบก่อน” ผู้อาวุโสใหญ่อธิบาย
เจ้าตำหนักกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “หากรอลงมือตอนเจ้ากลับมา เขาก็คงหนีไปได้แล้ว!”
ผู้อาวุโสใหญ่จนด้วยคำพูด แต่ทันใดนั้นผู้อาวุโสห้าก็พลันโพล่งออกไปว่า “เช่นนั้นข้าจะไปก่อน”
ผู้อาวุโสสามเองก็กล่าวตามว่า “ข้าไปด้วย!”
ดังนั้นผู้อาวุโสทั้งสองจึงรีบเข้าไปในค่ายกล ทว่าพวกเขากำลังทำการแสดงร่วมกับลู่เฉิน
ทันทีที่ผู้อาวุโสห้าเข้ามา เขาก็โปรยยาพิษที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดออกมา ส่วนผู้อาวุโสสามมีเพียงวิญญาณเท่านั้น ดังนั้นหลังจากโยนโลงศพออกไปแล้ว เขาก็ดูดลู่เฉินเข้าไปข้างในแล้วหันไปเอ่ยกับเจ้าตำหนักอย่างตื่นเต้น “ท่านเจ้าตำหนัก พวกเราจับตัวเขาได้แล้ว!”
เจ้าตำหนักดีใจมาก “พวกเจ้าทำได้ดีมาก!”