มไม่ได้คาดว่าคนเหล่านี้จะยังไม่แน่ชัดถึงเป้าหมายด้วยซ้ำ
ผู้อาวุโสเจ็ดตอบรับอย่างกระอักกระอ่วน “ใช่!”
“เช่นนั้นนอกเหนือจากข้า คงมีคนไปมองหามันกันแล้วใช่หรือไม่?” ลู่เฉินนึกถึงงานชุมนุมยอดเขารอบพันปี ก่อนจะเผยสีหน้าแปลก ๆ
“ใช่ ทุก ๆ พันปี เราจะเลือกคนที่เก่งกาจส่งไปที่นั่น”
“แล้วพวกเขาเล่า?”
“บางคนกลับมาโดยไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนบางคนก็เข้าไปแล้วไม่กลับออกมาเลย” เมื่อผู้อาวุโสเจ็ดพูดเช่นนี้ เขาก็กลัวอย่างยิ่งว่าชายหนุ่มจะหวาดกลัวจนไม่รับคำ
ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดว่า “แล้วเหตุใดข้าจะต้องช่วยพวกเจ้าด้วย?”
ผู้อาวุโสทั้งสามตะลึงไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าลู่เฉินจะเอ่ยเช่นนี้
ทว่าผู้อาวุโสใหญ่กลับยกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ตราบใดที่เจ้าเต็มใจไป เจ้าก็สามารถเป็นผู้อาวุโสคนต่อไปของหุบเขาได้ อีกทั้งเจ้ายังสามารถเข้าไปได้ทุกที่ในหุบเขา รวมถึงเรียนรู้วิชาวิญญาณทุกอย่างที่ต้องการได้!”
“ผู้อาวุโสคนต่อไป?”
“ตราบใดที่มีผู้อาวุโสคนใดเกษียณ เจ้าก็เข้ามาแทนที่ได้” ผู้อาวุโสใหญ่ยิ้มให้ลู่เฉิน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ชายหนุ่มก็สงสัย “ดีเพียงนั้นเชียวรึ?”
“ใช่!” หลังจากที่ผู้อาวุโสใหญ่พูดจบ เหรียญสัญลักษณ์ก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง ก่อนจะถูกโยนไปให้ลู่เฉิน
เหรียญสัญลักษณ์นี้สลักด้วยคำว่า ‘หุบเขาลึก’ มันเป็นเหรียญสัญลักษณ์สีม่วง ทั้งยังมีคำว่า ‘ผู้อาวุโส’ อยู่บนนั้น
“นี่เป็นเหรียญสัญลักษณ์