้นหรือเจ้าคะ?”
ไป๋หลี่ซานจึงอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากได้ยินแล้ว กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงต่างก็สูดหายใจเข้าลึก
“เอาละ เรากลับไปที่ภูเขาเดียวดายกันก่อนเถอะ” หลังจากเห็นว่าการแข่งขันจบลงแล้ว ไป๋หลี่ซานก็เอ่ยกับทั้งสอง
“แล้วเขาล่ะเจ้าคะ?” กานจิ่วเม่ยอยากรู้ว่าลู่เฉินเป็นอย่างไรบ้าง
ไป๋หลี่ซานกล่าวว่า “เขาไม่ได้อยู่บนเส้นทางเดียวกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว”
ไม่ได้อยู่บนเส้นทางเดียวกัน?
พวกเขาไม่อาจเข้าใจความหมายนั้น แต่ไป๋หลี่ซานไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงพาทั้งสองคนจากไป
ผู้คนบริเวณลานประลองต่างก็แยกย้ายกันออกไปทีละคนเช่นกัน
…
ขณะนี้ในห้องลับที่ตำหนักของผู้อาวุโสรอง เฮยหลวนยืนอยู่ที่นั่นโดยไม่ขยับเขยื้อนดั่งรูปปั้น เขตแดนทมิฬนั้นอยู่รอบตัวนาง
ด้านนอกเขตแดน ผู้อาวุโสรองมองนางด้วยความโกรธ “เจ้ามันเนรคุณ!”
“ท่านอาจารย์” หญิงสาวแสดงสีหน้าซับซ้อนออกมา
“อย่าเรียกข้าว่าอาจารย์ ข้าไม่มีลูกศิษย์เช่นเจ้า!” ผู้อาวุโสรองตวาดด้วยความโมโห
ดวงตาของเฮยหลวนพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง “ท่านอาจารย์ ข้า…”
ผู้อาวุโสรองโกรธจัด แต่เมื่อนางได้ยินเสียงนั้น จู่ ๆ ก็สงบลง ก่อนจะจ้องมองอีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ถ้ายังคิดเรียกข้าว่าอาจารย์ก็จงทำบางอย่างให้ข้า”
“ท่านอาจารย์บอกข้ามาเถิดเจ้าค่ะ!”
“ฆ่าเจ้าเด็กนั่นซะ!” ผู้อาวุโสรองมองเฮยหลวนด้วยสีหน้าเย็นชา
การแสดงออกของหญิงสาวเปลี่ยนไปอย่างมาก
ผู้อาวุโสรองจึงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ทำไมรึ? เจ้าไม