เจ็ดและคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าไม่ดีนัก เพราะสิ่งนี้เป็นเรื่องจริงที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้
เมื่อผู้อาวุโสรองเห็นคนเหล่านี้ไม่พูดคำใด จึงสบถออกมา จากนั้นก็มองลู่เฉินที่อยู่บนลานประลอง “เจ้าหนุ่ม ข้าไม่สนใจว่าเจ้าใช้วิธีอะไรที่ทำให้เจ้าไม่หวาดกลัวต่อเสียงนี้ แต่ข้าขอเตือนเจ้า อีกาตัวเมื่อครู่ปล่อยเสียงออกมาเพียงแค่หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น หากปล่อยออกมาทั้งหมด เจ้าจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”
ทว่าลู่เฉินกลับพูดออกมาด้วยท่าทางนิ่งเฉย “ข้าเกรงว่าอีกาตัวนี้ของเจ้า อีกไม่นานก็จะหวาดกลัวจนต้องหมอบลงไป”
“น่าขำนัก! มันเป็นอสูรปีศาจของข้า จะหวาดกลัวจนหนีไปได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสรองรู้สึกว่าอีกฝ่ายอวดดีเกินไป
ชายหนุ่มแสยะยิ้ม “อยากลองดูหรือไม่เล่า?”
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าหนุ่มอย่างเจ้าจะอวดดีเช่นไร!” เมื่อผู้อาวุโสรองพูดจบก็ให้อสูรปีศาจเพิ่มพลังขึ้นไปอีก
หลังจากนั้น เสียงของอีกาก็ยิ่งดังขึ้น ผู้คนบริเวณรอบ ๆ จำต้องถอยออกไป เฮยหลวนรู้สึกกังวลขึ้นมาและมองไปบนท้องฟ้าพลางพูดขึ้นว่า “อาจารย์ หยุดลงมือเถิดเจ้าค่ะ!”
“หยุด? เพราะอะไรกัน?” ผู้อาวุโสรองมองเฮยหลวนที่อยู่ใกล้ ๆ ลู่เฉิน ก่อนจะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
หญิงสาวรีบอธิบายว่า “อาจารย์ ข้าได้ประลองและเดิมพันกับเขา ผลคือข้าพ่ายแพ้ หากตอนนี้ท่านออกมาจัดการเขา เช่นนั้นหลังจากนี้ ชื่อเสียงของข้าในหุบเขาลึก เกรงว่า…”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้จึงรู้ว่าหญิงสาวกังวลว่าตนจะถ