เฉิน “แค่นางยอมแพ้ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องเรียกอาจารย์นั้น …ข้าคิดว่าช่างมันเถิด”
ผู้อาวุโสเจ็ดก็พูดขึ้นมาเช่นกัน “ใช่ อาจารย์ของนางชอบให้ท้ายศิษย์ตัวเองนัก”
แม้ผู้อาวุโสสิบจะไม่เอ่ยคำใด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้อาวุโสท่านอื่นพูด
ทว่าชายหนุ่มกลับยิ้มพลางมองผู้อาวุโสทั้งสาม “ตัวข้า แต่ไหนแต่ไรไม่เคยกลัวการข่มขู่ ดังนั้นเรื่องที่นางรับปากก็ต้องทำให้ได้”
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าเขาจะดื้อดึงเช่นนี้ ทันใดนั้นบางคนก็กระซิบเบา ๆ ขึ้นมาว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้ ไม่กลัวผู้อาวุโสรองจริง ๆ หรือ?”
“เกรงว่าเขาจะไม่รู้ถึงความน่ากลัวของผู้อาวุโสรอง”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เฮยหลวนก็หันไปพูดกับลู่เฉิน “ข้ายอมแพ้ได้ แต่เรื่องที่จะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอาจารย์นั้น …ต้องได้รับความยินยอมจากอาจารย์ของข้า มิเช่นนั้นหากข้าเรียกไป ก็เท่ากับส่งเจ้าไปตาย!”
การที่หญิงสาวพูดเช่นนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าให้ลู่เฉินยอมลงมา มิเช่นนั้นหากเรื่องนี้ไปถึงหูอาจารย์ของตน อีกฝ่ายอาจจะตายจริง ๆ ได้
ทว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนที่จะกลัวอะไรง่าย ๆ ดังนั้นจึงตอบกลับสั้น ๆ ว่า “เจ้ามีทางเลือกเดียว”
“เจ้า… เหตุใดจึงดื้อดึงได้ถึงเพียงนี้?”
“ข้าก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด”
เฮยหลวนพูดด้วยความโมโห “ได้ ข้ายอมเรียกก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้น หากอาจารย์มาหาเจ้า เจ้าจะมาโทษข้าไม่ได้!”
“วางใจเถิด อาจารย์ของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอ