าเหตุการณ์ด้านนอกให้ลู่เฉินฟัง
เมื่อเข้าใจแล้ว เขาจึงพูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้น ข้าออกไปก่อน”
หลังจากนั้นลู่เฉินก็ให้ลิ่วกุ่ยอยู่ในศิลาต่อไป ส่วนเงาสายฟ้าติดตามออกไปจากศิลานี้
ไม่นานจิตก็หวนกลับมาในร่างเดิม จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ทันใดนั้นเอง ฟ้าด้านนอกก็สว่างแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น กานจิ่วเม่ยยังคอยตะโกนอยู่ด้านนอกค่ายกลด้วย “เฮ้! ใกล้จะได้เวลาประลองแล้ว เจ้ายังอยู่ข้างในหรือไม่?”
ประลอง?
ลู่เฉินไม่คิดว่าจะเร็วเช่นนี้ เขาหยันกายลุกขึ้นยืนและเดินออกจากค่ายกลไป
ด้านนอกค่ายกล เมื่อกานจิ่วเม่ยเห็นชายหนุ่มเดินออกมาจึงพูดตัดพ้อ “ข้าเรียกเจ้ามาเกือบครึ่งวันแล้ว เหตุใดเจ้าจึงเพิ่งออกมา?”
“เพื่อความศักดิ์สิทธิ์” ลู่เฉินพูดสั้น ๆ ดังนั้นกานจิ่วเม่ยจึงไม่กล้าถามอะไรต่อ
ความศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน ดังนั้นไม่นานนางจึงพูดอย่างโล่งใจ “รีบเข้าเถอะ ประมุขยอดเขาและศิษย์พี่ไปรอที่ลานประลองแล้ว”
“อืม” ลู่เฉินขานรับ จากนั้นจึงเดินตามหญิงสาวออกไป
ส่วนผู้อาวุโสเจ็ดและผู้อาวุโสสี่ที่เฝ้ามองอยู่ในมุมมืดนั้น เมื่อพวกเขาเห็นชายหนุ่มเดินออกมาจึงวางใจ จากนั้นก็แอบตามไปเงียบ ๆ จนถึงลานประลอง
บนลานประลองมีผู้คนมากมายรวมตัวและเถียงกันไม่เลิกรา
“เหตุใดจึงยังไม่เริ่มอีก?” มีคนบ่นขึ้นมา
“น่าจะรอคนของภูเขาเดียวดายคนนั้น”
“ข้าว่าเขาคงไม่กล้ามาแล้ว!”
“เหตุใดจึงไม่กล้า?”
“เมื่อวานผู้อาวุโสแปดทำกับเขาเช่นนั