้น หากยังกล้าปรากฏตัว เขาก็คงถูกผู้อาวุโสแปดจับไปอีก หากมาไม่เท่ากับตายหรือ?”
ทุกคนต่างก็คิดว่ามีเหตุผล
แต่เฮยหลวนที่รออยู่อีกด้านหนึ่งกลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะนางเตรียมตัวประลองกับลู่เฉินมาหลายวัน หากเขาไม่มา ตนคงเสียเวลาเปล่า
ไม่เพียงเท่านั้น แฝดที่อยู่ข้างกายเฮยหลวนต่างก็พูดตัดพ้อขึ้นมา
หนึ่งในนั้นพูดว่า “อาจารย์หญิงเฮย หากเขาไม่มา ไม่เท่ากับว่าพวกเราเตรียมตัวมาเสียเปล่าหรือ?”
“ใช่!” อีกคนเอ่ยสำทับ
เฮยหลวนพูดด้วยท่าทางจริงจัง “หรือว่า… เขาจะหวาดกลัวไปเสียแล้ว?”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น!” ทั้งสองพูดเป็นเสียงเดียวกัน
ผู้อาวุโสสิบที่อยู่อีกด้านหนึ่งมองทุกคน “รออีกครู่หนึ่ง การการประลองใกล้จะเริ่มแล้ว!”
“ยังจะรออีกหรือ!?” มีคนตะโกนขึ้นมา
“ผู้อาวุโสสิบ เขายอมแพ้ไปแล้ว พวกเราไม่ต้องรอเขาแล้ว!”
ขณะนั้นเอง ผู้คนมากมายต่างก็ไม่ต้องการให้ลู่เฉินมา เพราะกลุ่มของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งเกินไป หากเขามา กลุ่มอื่น ๆ ก็คงถูกจัดให้อยู่ในอันดับท้าย ๆ
ดังนั้นคนจำนวนไม่น้อยจึงภาวนาไม่ให้ชายหนุ่มมา และเร่งให้ผู้อาวุโสสิบเริ่มการประลอง
ผู้อาวุโสสิบขมวดคิ้ว “รออีกหนึ่งถ้วยชา!”
ทุกคนรู้สึกกังวล แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงทำได้เพียงรอ
เมื่อลู่เฉินและกานจิ่วเม่ยเดินออกมาจากกลุ่มคน ก็มีคนตะโกนขึ้นว่า “ดูนั่น มาแล้ว!”
“ยังกล้ามาอีกหรือ?” มีคนถามด้วยความแปลกใจ
“หรือเขาจะไม่กลัวผู้อาวุโสแปด?”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถี