ผู้อาวุโสห้าเอ่ยด้วยความสงสัย “ค่ายกลนี้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว หากพวกเราคิดจะออกไป เกรงว่าจะเป็นเรื่องยาก!”
“ข้าบอกแล้วว่านี่เป็นเรื่องเล็ก” พูดจบ ชายหนุ่มก็ทำลายค่ายกลรอบ ๆ ลงอย่างง่ายดาย
ผู้อาวุโสห้ามองพลางอ้าปากค้าง
ก่อนที่ลู่เฉินจะออกไปนั้น เขาพลันคิดอะไรบางอย่างออก จึงมองไปยังจูเก๋อหลิงเฟิง “ศิลาที่พวกเจ้าใช้เรียนฝ่ามือแปดวิญญาณนั้นอยู่ที่ใด?”
“นั่น!” จูเก๋อหลิงเฟิงชี้ไปยังศิลาที่อยู่ภายในฝาครอบโปร่งแสงที่ดูไม่สะดุดตานัก
เมื่อเห็นศิลานี้เป็นสีดำ อีกทั้งด้านบนยังมีตะไคร่น้ำสีคล้ำ ก็ดูคล้ายกับว่ามันถูกเก็บมาจากกองขยะ
“โอ้? ของสิ่งนี้…” ลู่เฉินเดินเข้าไปดูด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อมือสัมผัสครอบแก้ว มันก็เปล่งแสงสีทองสว่างขึ้นมาราวกับกำลังป้องกันลู่เฉิน
จูเก๋อหลิงเฟิงอธิบายว่า “สมบัติวิญญาณนี้เชื่อฟังเพียงอาจารย์ของข้า!”
ผู้อาวุโสห้าจึงพูดขึ้น “ฝาครอบแก้วนี้ เป็นครอบศักดิ์สิทธิ์เก้าดาวระดับต่ำ ดังนั้นจึงเปิดได้ยากมาก!”
“ไม่ว่าสมบัติวิญญาณใด เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า มันต้องยอมแพ้!” ลู่เฉินแสยะยิ้มร้ายกาจ เขายื่นมือออกไปอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยกลิ่นอาย ‘ศาสตรา’ ออกมาจากร่างกาย
เมื่อผู้อาวุโสห้าและจูเก๋อหลิงเฟิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบนร่างของเขาที่เปลี่ยนไป ทั้งสองจึงรู้สึกสงสัย
เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ครอบแก้วนี้ก็ยอมเชื่อฟังทันที จากนั้นสิ่งที่ลอยออกมาก็คือศิลาชิ้นนั้นที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน
เ